หลายคนที่เริ่มเรียนภาษาอังกฤษมักมีคำถามว่า
“ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะพูดภาษาอังกฤษได้?”
คำตอบคือ ไม่มีเวลาที่แน่นอนสำหรับทุกคน เพราะความเร็วในการเรียนภาษาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
-
พื้นฐานภาษาอังกฤษของผู้เรียน
-
จำนวนชั่วโมงที่ฝึกภาษา
-
วิธีการเรียน
-
โอกาสในการใช้ภาษาอังกฤษจริง
อย่างไรก็ตาม นักภาษาศาสตร์มักใช้มาตรฐาน CEFR (Common European Framework of Reference for Languages)เพื่อวัดระดับภาษาอังกฤษ และประเมินระยะเวลาในการพัฒนาภาษาได้ค่อนข้างชัดเจน
ถือเป็นคำถามและคำพูดที่เราได้ยินกันบ่อยๆเลยครับว่า เรียนภาษาอังกฤษใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะพูดได้ ซึ่งการที่เราจะได้ภาษาอังกฤษนั้นก็มีองค์ประกอบด้วยกันหลายอย่างเหมือนกัน วันนี้แอดมินจะขอสรุปมาให้ 5 ข้อดังนี้นะครับ
1. จำนวนชั่วโมงที่เราฝึกฝน หรือเรียน
เริ่มจากอันแรกเลยคือ เราใช้เวลาในการฝึกฝนเท่าไหร่ เพราะจำนวนชั่วโมงที่ต่างกันก็ให้ผลลัพท์ที่ต่างกันแน่นอน ยกตัวอย่างเช่น
- นาย A เรียน วันละ 5 ชั่วโมง ทุกวันจันทร์ – ศุกร์
- นาย B เรียน วันละ 1 ชั่วโมง ทุกวันจันทร์ – ศุกร์
ถ้าเปรียบเทียบแบบนี้ก็แน่นอนอยู่แล้วว่านาย A ต้องเป็นไวกว่านาย B อย่างแน่นอน เพราะด้วยจำนวนการฝึกที่ต่างกันมาก ในที่นี้ อาจรวมถึง การหาความรู้เพิ่มเติมนอกเวลาเรียนด้วยนะครับ ยิ่งเราสนใจจริงๆ หาความรู้มาก ใช้เวลากับมันเยอะ เราก็เป็นไวอย่างแน่นอน ซึ่งแหล่งความรู้นั้นก็มีมากมายในอินเตอร์เนท
2. ความต่อเนื่องของการฝึกฝน
อีกข้อหนึ่งก็คือเรื่องของความต่อเนื่องในการฝึกฝน ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญเหมือนกัน คือถ้าเปรียบเทียบระหว่าง
- นาย A เรียนภาษา ทุกวันจันทร์ – ศุกร์
- นาย B เรียนภาษา อาทิตย์ละ 2 วัน
เห็นภาพชัดเจนเลยใช่ไหมครับ นาย A เป็นเร็วกว่าอย่างแน่นอน เพราะเขาได้ใช้ทุกวัน เหมือนให้ภาษาอังกฤษได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันเลย แต่นาย B เรียนอาทิตย์ละ 2 วัน ก็อาจะเป็นช้ากว่านาย A เพราะไม่ได้ใช้ทุกวัน และพอเริ่มเรียนในอาทิตย์ถัดไปก็อาจจะลืมเนื้อหาที่ได้เรียนไปอาทิตย์ที่แล้วได้เช่นกัน
Engduo Thailand
ค้นหาคอร์สเรียนที่เหมาะกับคุณ ติดต่อเราเลย
3. วิธีการในการฝึกฝน
ในที่นี้หมายถึง เรามีวิธีการในการเรียนรู้อย่างไร เช่น การเรียนด้วยตัวเอง, การเรียนกับครูไทย, การเรียนกับครูต่างชาติ
- การเรียนด้วยตัวเอง ข้อดีของการเรียนแบบนี้เลยคือเราแทบไม่ต้องจ่ายเงินเลยสำหรับการฝึกฝน สามารถฝึกได้ตามแหล่งความรู้ที่มีมากมายได้เลยตามแหล่งความรู้ต่างๆ แต่ข้อเสียก็คือ ด้วยความที่มันเยอะเกินไป เราอาจจับจุดไม่ถูกว่า แล้วเราควรเริ่มเรียนจากสิ่งไหนก่อนนั่นเอง
- การเรียนกับครูไทย ข้อดีของการเรียนภาษาอังกฤษกับครูไทยก็คือ เข้าใจง่าย ตรงไหนที่เราไม่รู้ก็สามารถอธิบายเป็นภาษาไทยได้เลย ซึ่งจริงๆแล้วตรงนี้ก็คือข้อเสียที่ทำให้ภาษาเราพัฒนาได้ช้า และไม่สามารถใช้กับต่างชาติได้จริงนั่นเอง เพราะเวลามีปัญหาเราสามารถพูดไทยได้ แต่เวลาใช้งานจริงเราตัดภาษาไทยออกไปได้เลย เขาไม่เข้าใจเราแน่ๆ
- การเรียนกับครูชาวต่างชาติ เรามาเริ่มที่ข้อเสียกันก่อนเลยดีกว่า ข้อเสียคือ เข้าใจยาก แล้วก็ยังมีปัญหาของการที่ไม่กล้าพูดด้วยอีกด้วย เวลาเจอคำไหนไม่เข้าใจก็อธิบายกันนานเลย แต่เพื่อนๆรู้ไหมครับ สิ่งนี้แหละคือข้อดีที่เวลาเราไปใช้งานจริง เรากลับใช้ได้แบบไม่รู้ตัว เพราะได้ฝึกการอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจไประหว่างการเรียนแล้วด้วย รวมถึงทำให้เรามั่นใจมากขึ้นเวลาเจอคนต่างชาติจริงๆด้วยครับ
4. พื้นฐานที่เรามีติดตัว
ข้อนี้ก็คืออีกข้อหนึ่งที่ใช้วัดผลว่าเราจะเป็นได้เร็วแค่ไหนผมขอแยกเป็น 2 กลุ่มพอนะครับ เดี๋ยวจะยาวไป ฮ่าๆๆ
- ประเภทเคยเรียนเรื่องแกรมม่ามาแล้ว ศัพท์ก็รู้เยอะ แต่ติดอย่างเดียวก็คือเรื่องของการที่นำไปใช้จริง ไม่มีโอกาสได้ใช้ในชีวิตประจำวัน ก็เลยทำให้ใช้จริงไม่ค่อยได้ คนประเภทนี้ เรียนไม่นานก็เป็นแล้วครับ ไม่นานของผมหมายความว่าแค่ไม่ถึงเดือนนะครับ ได้พูดทุกวัน ได้ฝึกทุกวัน ซักพักก็เป็นแบบติดจรวดเลยครับ
- อีกประเภทคือ พื้นฐานแทบไม่ได้เลย (แอดมินเคยอยู่ในกลุ่มนี้ครับ Verb to be คืออะไรยังไม่รู้จัก) ประเภทนี้ก็อาจใช้เวลาเรียนนานกว่ากลุ่มแรกหน่อยครับ ลักษณะการเรียนก็คือค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆปูพื้นฐาน โดยส่วนมากที่เห็นผลแบบชัดเจน ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพจะอยู่ที่ประมาณ 6 เดือนครับ
5. ความมั่นใจ
ในทุกข้อที่ได้กล่าวมา ข้อนี้คือข้อที่สำคัญที่สุดเลยครับ ถ้าเราเก่งขนาดไหนก็แล้วแต่ แต่เราไม่พูดเราก็จะพูดไม่ได้ แต่ถ้าเราไม่เก่งแล้วพยายามกล้าที่จะพูด ไม่นานพูดได้แน่นอนครับ การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้จากความผิดพลาด แล้วเราจะจำแม่น และก็พัฒนาต่อๆไป ไม่นานก็พูดได้อย่างแน่นอน
เพื่อนๆเชื่อไหมครับว่า แม้กระทั่งคนที่ทำงานโรงงานข้ามชาติหลายๆคนก็ไม่ได้เก่งอังกฤษมากนะครับ อ้างอิง: คนที่ทำงานบริษัทต่างชาติ เก่งอังกฤษแค่ไหนครับ แต่สิ่งที่ทุกคนมีเลยคือความมั่นใจที่จะพูด กล้าพูดกล้าสื่อสาร ไม่จำเป็นต้องแกรมม่าเป๊ะ หรือใช้คำศัพท์สูงๆยากๆได้ เพราะเราเรียนมาเพื่อสื่อสารครับ ไม่ได้เรียนเพื่อเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ แค่มั่นใจที่จะพูด และกล้าพูดเท่านั้นพอครับ
Engduo Thailand
คอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ตัวต่อตัว พูดได้ชัวร์ ใช้ได้จริง
โดยทั่วไปต้องใช้เวลากี่ชั่วโมงในการเรียนภาษาอังกฤษ
จากข้อมูลของ CEFR การพัฒนาภาษาอังกฤษแต่ละระดับต้องใช้เวลาฝึกประมาณ 100-200 ชั่วโมงต่อระดับ
อ้างอิงข้อมูล; https://www.ef.com/wwen/blog/faq/how-long-to-learn-english/
| ระดับภาษาอังกฤษ | ชั่วโมงเรียนโดยประมาณ |
|---|---|
| Beginner → A1 | 100-150 ชั่วโมง |
| A1 → A2 | 100-150 ชั่วโมง |
| A2 → B1 | 200-300 ชั่วโมง |
| B1 → B2 | 150-200 ชั่วโมง |
| B2 → C1 | 200-250 ชั่วโมง |
หากรวมตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงระดับที่สามารถสื่อสารได้คล่อง (B2) มักต้องใช้ประมาณ 600-750 ชั่วโมงของการเรียนและการฝึกภาษาอังกฤษ
ต้องใช้เวลากี่เดือนจึงจะพูดภาษาอังกฤษได้
หากฝึกภาษาอังกฤษอย่างสม่ำเสมอ ผู้เรียนส่วนใหญ่สามารถพัฒนาการสื่อสารได้ภายใน
| ระดับเป้าหมาย | ระยะเวลาโดยประมาณ |
|---|---|
| พูดพื้นฐาน | 3-6 เดือน |
| สนทนาได้คล่อง | 6-12 เดือน |
| ระดับสูง (ทำงานเป็นภาษาอังกฤษ) | 1-3 ปี |
โดยทั่วไปผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะการสนทนาได้ภายใน 6-12 เดือนของการฝึกอย่างต่อเนื่อง
วิธีเรียนภาษาอังกฤษให้เก่งเร็วขึ้น
หากต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษเร็วขึ้น ควรใช้วิธีเรียนที่เน้นการสื่อสาร
วิธีที่ได้ผล ได้แก่
-
ฝึกพูดภาษาอังกฤษทุกวัน
-
ฟัง podcast หรือ YouTube ภาษาอังกฤษ
-
อ่านบทความภาษาอังกฤษ
-
ฝึกสนทนาในสถานการณ์จริง
การเรียนแบบ ตัวต่อตัวกับครูต่างชาติ เป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษจริงในทุกคลาส และพัฒนาทักษะการพูดได้เร็วขึ้น
ตัวอย่างแผนการเรียนภาษาอังกฤษ
ตัวอย่างการฝึกภาษาอังกฤษใน 1 สัปดาห์
| กิจกรรม | เวลา |
|---|---|
| ฝึกพูดภาษาอังกฤษ | 2 ชั่วโมง |
| ฟัง podcast ภาษาอังกฤษ | 2 ชั่วโมง |
| อ่านบทความภาษาอังกฤษ | 1 ชั่วโมง |
| ทบทวนคำศัพท์ | 1 ชั่วโมง |
สรุป
การที่เราเก่งภาษาได้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความมั่นใจครับ มั่นใจที่จะพูดก่อน หลักการเอาไว้ทีหลังครับ และที่รองลงมาคือ วิธีการที่เราเรียนรู้หรือฝึก ฝึกรูปแบบไหน เราเอาจริงขนาดไหน ถ้าเพื่อนๆเอาจริงกับมัน ผู้เขียนเชื่อว่าทุกคนเก่งภาษาได้อย่างแน่นอนครับ
และจากประสบการณ์ของผู้เขียน ที่ได้สอบถามนักเรียนของเรา เรียนภาษานานไหมกว่าจะพูดได้ ผู้เรียนทุกคนสามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงของตัวเองได้ภายใน 1 เดือนแรกเลยครับ อันนี้คือผลฟีดแบคจากนักเรียนมากกว่าร้อยคนของเราเลยครับ เพราะการเรียนของเราเรียนกับครูต่างชาติ ใช้ภาษาอังกฤษล้วนด้วย แล้วก็ได้เรียนได้ฝึกฝนทุกวันไม่จำเป็นต้องเดินทางเพราะเป็นคลาสเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ตัวต่อตัวกับครูต่างชาติ และมีทุกคอร์สที่ต้องการด้วยครับ เช่น การเรียนเพื่อการสื่อสารทั่วไป หรือ เรียนเพื่อการทำงาน หรือ เรียนเพื่อทดสอบการสัมภาษณ์งาน ที่สำคัญราคาไม่แพงด้วยครับ
Engduo Thailand ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ
เริ่มต้นฝึกพูดภาษาอังกฤษกับ Engduo
หากคุณต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้สามารถใช้ได้จริง
การฝึกพูดภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติเป็นวิธีที่ช่วยให้พัฒนาได้เร็วที่สุด
Engduo เป็นสถาบันสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ที่เน้นการฝึกสนทนาแบบตัวต่อตัว ผู้เรียนสามารถเลือกเวลาเรียนได้เอง และมีคอร์สเรียนหลากหลาย เช่น
การฝึกพูดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
เรียนภาษาอังกฤษกี่เดือนถึงจะพูดได้
โดยทั่วไปผู้เรียนสามารถเริ่มสนทนาภาษาอังกฤษได้ภายใน 3-6 เดือน หากฝึกภาษาอย่างสม่ำเสมอ
ต้องเรียนภาษาอังกฤษกี่ชั่วโมงถึงจะเก่ง
ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาแนะนำว่าต้องใช้ประมาณ 600-750 ชั่วโมงของการฝึกภาษา เพื่อให้สามารถสื่อสารได้คล่องในระดับกลางถึงสูง
เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ได้ผลจริงหรือไม่
การเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์สามารถได้ผลจริง หากมีการฝึกสนทนาและใช้ภาษาในสถานการณ์จริง เช่นการเรียนแบบตัวต่อตัวกับครูผู้สอน
ผู้เริ่มต้นสามารถพูดภาษาอังกฤษได้หรือไม่
ผู้เริ่มต้นสามารถพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษได้ แม้จะไม่มีพื้นฐานมาก่อน หากฝึกภาษาอย่างต่อเนื่องและมีโอกาสใช้ภาษาในการสนทนา
อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม

