ติวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ภาษาอังกฤษ ต้องสอบอะไร และเริ่มอย่างไร

นักเรียน ม.ปลายวางแผนติวภาษาอังกฤษสอบเข้ามหาวิทยาลัยกับผู้ปกครอง

ติวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ภาษาอังกฤษให้ตรงจุดต้องเริ่มจากรู้ว่าคณะที่อยากเข้าใช้คะแนนอะไร ระบบ TCAS ใช้ TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ และ A-Level ภาษาอังกฤษ ส่วนหลักสูตรนานาชาติมักใช้ IELTS หรือ TOEFL ร่วมกับ SAT หรือ CU-AAT แล้วจึงวางแผนตามข้อสอบที่ต้องใช้จริง

หลายครอบครัวเริ่มจากการหาที่ติว ก่อนรู้ด้วยซ้ำว่าลูกต้องสอบอะไร ทำให้เวลาและค่าใช้จ่ายกระจายไปกับข้อสอบที่ไม่จำเป็น บทความนี้สรุปข้อสอบภาษาอังกฤษที่ใช้เข้ามหาวิทยาลัยในปัจจุบัน วิธีตรวจเกณฑ์ของคณะ และแผนติวตามเวลาที่เหลือ เพื่อให้ทุกชั่วโมงที่ใช้ไปตรงกับเป้าหมายจริง

ข้อสอบภาษาอังกฤษที่ใช้เข้ามหาวิทยาลัยมีอะไรบ้าง

ข้อสอบแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ คือข้อสอบในระบบ TCAS สำหรับหลักสูตรภาษาไทย และข้อสอบมาตรฐานสำหรับหลักสูตรนานาชาติ ตารางนี้สรุปภาพรวมให้เห็นว่าข้อสอบแต่ละตัวใช้กับอะไร ก่อนลงรายละเอียดของแต่ละข้อสอบในบทความที่เกี่ยวข้อง

ตารางนี้เลื่อนซ้าย–ขวาได้บนมือถือ ↔
ข้อสอบ มักใช้กับ รูปแบบ คะแนนเต็ม
TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ หลักสูตรภาษาไทยหลายคณะในระบบ TCAS ปรนัย 60 ข้อ 100
A-Level ภาษาอังกฤษ หลักสูตรภาษาไทยหลายคณะในระบบ TCAS ปรนัย 80 ข้อ 90 นาที 100
IELTS หรือ TOEFL หลักสูตรนานาชาติ วัดครบสี่ทักษะ ตามสเกลของแต่ละข้อสอบ
SAT หรือ CU-AAT หลักสูตรนานาชาติบางแห่ง คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ 1,600

ข้อสอบเฉพาะของมหาวิทยาลัย

บางมหาวิทยาลัยมีข้อสอบภาษาอังกฤษของตัวเอง เช่น CU-TEP ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย TU-GET ของธรรมศาสตร์ และ KU-EPT ของเกษตรศาสตร์ ข้อสอบกลุ่มนี้ใช้กับบางหลักสูตรหรือบางระดับการศึกษาเท่านั้น ควรตรวจว่าหลักสูตรที่สนใจรับในระดับปริญญาตรีหรือไม่ ก่อนตัดสินใจลงสอบ อ่านเพิ่มได้ที่ ติว KU-EPT

เริ่มจากคณะที่อยากเข้า ไม่ใช่ข้อสอบที่ทุกคนสอบ

เกณฑ์รับสมัครแต่ละคณะแตกต่างกันมาก ทั้งข้อสอบที่ใช้ สัดส่วนคะแนน และคะแนนขั้นต่ำ บางคณะให้น้ำหนักภาษาอังกฤษสูง บางคณะใช้เป็นเพียงส่วนประกอบ การรู้เกณฑ์ตั้งแต่ต้นช่วยให้รู้ว่าควรทุ่มเวลากับวิชาไหน และภาษาอังกฤษควรได้เวลาเท่าไรเมื่อเทียบกับวิชาอื่น

ตรวจเกณฑ์จากแหล่งทางการ

เปิดเว็บไซต์ mytcas แล้วค้นหาคณะและหลักสูตรที่สนใจ ดูว่าแต่ละรอบใช้คะแนนวิชาใด และให้น้ำหนักเท่าไร จดลงตารางสั้น ๆ สำหรับทุกคณะที่สนใจ วิธีนี้ช่วยให้เห็นว่าวิชาไหนถูกใช้ซ้ำมากที่สุด ซึ่งควรเป็นวิชาที่ได้รับเวลาเตรียมตัวมากที่สุดด้วย

แยกหลักสูตรภาษาไทยกับนานาชาติ

ถ้าสนใจทั้งหลักสูตรภาษาไทยและหลักสูตรนานาชาติ ต้องวางแผนสองเส้นทางพร้อมกัน เพราะข้อสอบและช่วงเวลารับสมัครต่างกัน หลักสูตรนานาชาติมักเปิดรับก่อนและใช้คะแนนจากข้อสอบมาตรฐาน ดูรายละเอียดได้ที่ คะแนนภาษาอังกฤษสำหรับหลักสูตรนานาชาติ

TGAT1 กับ A-Level ภาษาอังกฤษ เตรียมร่วมกันได้

สองวิชานี้จัดสอบโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) และวัดทักษะหลักคล้ายกัน การเตรียมตัวจึงใช้พื้นฐานร่วมกันได้มาก สิ่งที่ต่างคือความยาวของบทอ่าน เวลาต่อข้อ และการเรียงย่อหน้าที่มีเฉพาะใน A-Level ทักษะที่ฝึกร่วมกันได้มีดังนี้ ดูการเปรียบเทียบละเอียดได้ที่ A-Level ภาษาอังกฤษ กับ TGAT1 ต่างกันอย่างไร

  • เลือกคำตอบที่เหมาะกับบทสนทนาในชีวิตประจำวัน
  • อ่านจับใจความและหารายละเอียดจากข้อความ
  • เติมคำในข้อความโดยดูบริบททั้งย่อหน้า
  • คำศัพท์และสำนวนที่ใช้บ่อยในข้อสอบ

แผนติวตามระยะเวลาที่เหลือ

เหลือมากกว่า 6 เดือน

ใช้ช่วงแรกสร้างพื้นฐานการอ่านและคำศัพท์จากสื่อภาษาอังกฤษจริง เช่น ข่าว บทความ และรีวิวสินค้า เพราะข้อสอบใช้ข้อความประเภทนี้ ฝึกอ่านทุกวันวันละช่วงสั้น แล้วเริ่มทำข้อสอบเก่าเดือนละครั้งเพื่อดูความคืบหน้า ช่วงท้ายจึงเปลี่ยนมาทำข้อสอบเต็มชุดแบบจับเวลาให้บ่อยขึ้น

เหลือ 2–3 เดือน

เน้นทำความคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบและการบริหารเวลา ทำข้อสอบเก่าแบบจับเวลาสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองชุด แล้วใช้เวลาที่เหลือกับพาร์ทที่ผิดมากที่สุด ช่วงนี้การจดคำศัพท์จากข้อสอบที่ทำผิดได้ผลกว่าการท่องรายการคำศัพท์ใหม่ทั้งหมด

ติวเอง เรียนกลุ่ม หรือเรียนตัวต่อตัว

แต่ละรูปแบบเหมาะกับนักเรียนต่างกัน ติวเองเหมาะกับคนที่มีวินัยและพื้นฐานดี คลาสกลุ่มช่วยให้มีตารางและเพื่อนเรียน ส่วนเรียนตัวต่อตัวช่วยให้ผู้สอนแก้จุดอ่อนเฉพาะคนได้ตรงกว่า ขั้นตอนเลือกรูปแบบที่ใช้ได้กับทุกคนมีดังนี้ ก่อนตัดสินใจลงเงินกับคอร์สใดคอร์สหนึ่ง

  1. ทำข้อสอบเก่าหนึ่งชุดเพื่อวัดระดับ
  2. เทียบคะแนนกับเกณฑ์ของคณะที่สนใจ
  3. ดูว่าพาร์ทไหนเสียคะแนนมากที่สุด
  4. เลือกรูปแบบเรียนที่แก้พาร์ทนั้นได้ตรงที่สุด
  5. วัดผลซ้ำทุกเดือนเพื่อปรับแผน

เมื่อไหร่ควรมีผู้สอน

ถ้าทำข้อสอบหลายชุดแล้วคะแนนไม่ขยับ หรือผิดแบบเดิมซ้ำโดยไม่รู้สาเหตุ ผู้สอนช่วยได้มากตรงการชี้รูปแบบข้อผิดและอธิบายเหตุผลของคำตอบที่ถูก นอกจากนี้การสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษสำหรับหลักสูตรนานาชาติเป็นทักษะที่ต้องมีคนถามและฟังจริงจึงจะพัฒนาได้

สิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้

ผู้ปกครองช่วยได้มากที่สุดด้วยการช่วยลูกตรวจเกณฑ์ของคณะ วางตารางที่สมจริง และไม่เปรียบเทียบคะแนนกับคนอื่นจนเกิดแรงกดดัน การเตรียมสอบภาษาอังกฤษใช้เวลา และความสม่ำเสมอสำคัญกว่าการเรียนหนักในช่วงสั้น ๆ ก่อนสอบ

  • ช่วยจดเกณฑ์ของคณะที่ลูกสนใจทุกแห่ง
  • วางงบสำหรับค่าสอบและการสอบซ้ำล่วงหน้า
  • ถามความคืบหน้าจากคะแนนข้อสอบจำลอง ไม่ใช่จำนวนชั่วโมงเรียน
ข้อมูลโครงสร้างข้อสอบ TGAT1 และ A-Level ภาษาอังกฤษเรียบเรียงจาก Test Blueprint ที่ ทปอ. และ สทศ. เผยแพร่ ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569 ส่วนแผนติวและเทคนิคเป็นแนวทางที่ Engduo เรียบเรียงขึ้น ไม่ใช่คำแนะนำจากผู้จัดสอบ ควรตรวจ Test Blueprint และเกณฑ์ของคณะล่าสุดที่ mytcas.com ก่อนวางแผนทุกครั้ง

เตรียมภาษาอังกฤษสอบเข้ามหาวิทยาลัยกับ Engduo ได้อย่างไร

Engduo เน้นการเรียนสดออนไลน์แบบตัวต่อตัวกับครูประจำ ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะฟัง อ่าน ไวยากรณ์ และการพูดที่ใช้ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ได้ตรงจุด ผู้เรียนเลือกครู Native หรือ Filipino ได้ เรียนผ่าน Google Meet หรือ Zoom ครั้งละ 30 หรือ 60 นาที ในช่วง 07:00–23:00 น. ทีมงานช่วยประเมินได้ว่าการเรียนแบบนี้เหมาะกับเป้าหมายและระยะเวลาที่คุณมีหรือไม่

หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน ลองทำ Quick CEFR Test ของ Engduo เพื่อดูระดับเบื้องต้น แล้วติดต่อทีม Engduo พร้อมบอกสนามสอบ คะแนนเป้าหมาย และวันที่ต้องใช้ผล ทีมจะช่วยแนะนำแนวทางเรียนที่เหมาะ ทั้งนี้ผลคะแนนของแต่ละคนขึ้นอยู่กับระดับเริ่มต้น ความถี่ในการเรียน และการฝึกนอกคลาส การเรียนจึงไม่รับประกันคะแนนสอบแบบตายตัว

คำถามที่พบบ่อย

สอบเข้ามหาวิทยาลัยต้องใช้คะแนนภาษาอังกฤษอะไรบ้าง?
หลักสูตรภาษาไทยในระบบ TCAS มักใช้ TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ และ A-Level ภาษาอังกฤษ ส่วนหลักสูตรนานาชาติมักใช้ IELTS หรือ TOEFL ร่วมกับ SAT หรือ CU-AAT แต่ละคณะกำหนดเองจึงต้องตรวจเกณฑ์ทุกครั้ง
ควรเริ่มติวภาษาอังกฤษสอบเข้าตอนไหน?
ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งมีเวลาพัฒนาทักษะจริง การเริ่มตั้งแต่ ม.5 ช่วยให้มีเวลาสร้างพื้นฐานการอ่านและคำศัพท์ ก่อนฝึกทำข้อสอบเต็มชุดในช่วง ม.6
TGAT1 กับ A-Level ภาษาอังกฤษ เตรียมพร้อมกันได้ไหม?
ได้ เพราะทั้งสองวิชาวัดบทสนทนา การอ่าน และการเติมคำในข้อความคล้ายกัน ต่างกันที่ความยาวบทอ่านและ A-Level มีการเรียงย่อหน้าเพิ่มเข้ามา
ติวเองได้ไหม หรือต้องเรียนพิเศษ?
ติวเองได้ถ้ามีพื้นฐานดีและมีวินัย เพราะข้อสอบเป็นปรนัยและมีข้อสอบเก่าให้ฝึก แต่ถ้าคะแนนข้อสอบจำลองไม่ขยับหลายครั้ง การมีผู้สอนช่วยวิเคราะห์ข้อผิดจะประหยัดเวลาได้มาก
หลักสูตรนานาชาติใช้คะแนน TGAT ได้ไหม?
บางหลักสูตรรับ แต่ส่วนใหญ่ใช้คะแนนภาษาอังกฤษจากข้อสอบมาตรฐานอย่าง IELTS หรือ TOEFL และอาจใช้ SAT หรือ CU-AAT ร่วมด้วย ควรตรวจประกาศรับสมัครของหลักสูตรโดยตรง
เรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัวช่วยเรื่องสอบเข้าได้แค่ไหน?
ช่วยได้มากเรื่องการอ่านจับใจความ คำศัพท์ และการสัมภาษณ์ที่ต้องตอบโต้จริง ส่วนเทคนิคเฉพาะของแต่ละข้อสอบควรฝึกจากข้อสอบจำลองควบคู่กัน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับพื้นฐานและเวลาฝึกของแต่ละคน