TOEFL ITP คือข้อสอบภาษาอังกฤษของ ETS ที่สถาบันการศึกษาหรือองค์กรสั่งมาจัดสอบเอง ใช้วัดระดับภายในสถาบัน ต่างจาก TOEFL iBT ที่ใช้ยื่นมหาวิทยาลัยทั่วโลก Level 1 มี 3 พาร์ทแบบปรนัย ไม่มีการเขียนเรียงความ และคะแนนรวมอยู่ในช่วง 310–677
หลายคนสับสนระหว่างสองข้อสอบนี้เพราะใช้ชื่อ TOEFL เหมือนกัน และบางคนสมัครสอบผิดประเภทจนต้องเสียเวลาสอบใหม่ บทความนี้อธิบายว่า TOEFL ITP คืออะไร ต่างจาก TOEFL iBT ตรงไหน ใครควรสอบแบบใด และวิธีเตรียมตัวสำหรับแต่ละพาร์ท
TOEFL ITP คืออะไร
TOEFL ITP เป็นชุดข้อสอบที่ ETS จัดให้สถาบันที่สั่งซื้อไปจัดสอบเอง ตามข้อมูลของ ETS ข้อสอบวัดความสามารถภาษาอังกฤษของผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ผ่านเนื้อหาเชิงวิชาการและสถานการณ์ทั่วไป เพื่อประเมินความพร้อมในบริบทการเรียน
สถาบันในประเทศไทยหลายแห่งใช้ TOEFL ITP เพื่อจัดระดับผู้เรียน วัดผลก่อนและหลังหลักสูตร หรือใช้เป็นเกณฑ์ภายในของมหาวิทยาลัยหรือองค์กร ผลสอบจึงมีความหมายในบริบทของสถาบันที่จัด แต่โดยทั่วไปไม่ได้ใช้ยื่นสมัครเรียนต่อในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ
โครงสร้าง TOEFL ITP Level 1
TOEFL ITP Level 1 เป็นระดับกลางถึงสูงที่ใช้บ่อยที่สุด ข้อสอบทั้งหมดเป็นแบบปรนัย ตารางนี้สรุปจำนวนข้อ เวลา และช่วงคะแนนของแต่ละพาร์ทตามที่ ETS เผยแพร่ ใช้วางแผนการฝึกและบริหารเวลาได้โดยตรง
| พาร์ท | จำนวนข้อ | เวลา | ช่วงคะแนน |
|---|---|---|---|
| Listening Comprehension | 50 | 35 นาที | 31–68 |
| Structure and Written Expression | 40 | 25 นาที | 31–68 |
| Reading Comprehension | 50 | 55 นาที | 31–67 |
| รวม | 140 | 115 นาที | 310–677 |
มีพาร์ท Speaking ไหม
ส่วนหลักของ Level 1 ไม่มีการพูดและไม่มีการเขียนเรียงความ แต่ ETS มีการสอบ Speaking แยกให้เลือก ใช้เวลาประมาณ 15 นาที มีสี่งาน และใช้ได้เฉพาะกับข้อสอบแบบดิจิทัล การจะได้สอบส่วนนี้หรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าสถาบันที่จัดสอบเลือกใช้ด้วยหรือเปล่า
TOEFL ITP ต่างจาก TOEFL iBT อย่างไร
ความต่างสำคัญอยู่ที่ผู้จัดสอบ การใช้ผล และทักษะที่วัด TOEFL iBT เปิดสมัครทั่วไปและใช้ยื่นมหาวิทยาลัยทั่วโลก มีทั้งพูดและเขียนตอบเอง และเปลี่ยนรูปแบบใหม่ตั้งแต่มกราคม 2026 ตามโครงสร้าง TOEFL iBT ของ ETS ส่วน TOEFL ITP จัดโดยสถาบันและเป็นปรนัยทั้งหมด
- ผู้จัด: ITP สถาบันจัดเอง ส่วน iBT สมัครกับ ETS โดยตรง
- การใช้ผล: ITP ใช้ภายในสถาบัน ส่วน iBT ใช้ยื่นได้ทั่วโลก
- ทักษะ: ITP ฟัง ไวยากรณ์ อ่าน ส่วน iBT ครบสี่ทักษะ
- คะแนน: ITP 310–677 ส่วน iBT สเกล 1–6
ใช้ยื่นอะไรได้
ก่อนสมัครสอบ ให้ตรวจกับหน่วยงานที่จะใช้ผลว่ารับข้อสอบแบบใด ถ้าเป็นเกณฑ์จบการศึกษาหรือเกณฑ์ภายในของมหาวิทยาลัยหรือองค์กร TOEFL ITP อาจใช้ได้ แต่ถ้าเป็นการสมัครเรียนต่อต่างประเทศหรือทุนการศึกษาระดับนานาชาติ มักต้องใช้ TOEFL iBT หรือ IELTS
ใครควรสอบแบบไหน
สอบ TOEFL ITP เมื่อ
หน่วยงานของคุณกำหนดให้ใช้ TOEFL ITP โดยตรง เช่น เป็นเกณฑ์จบการศึกษา เกณฑ์เข้าหลักสูตรภายใน หรือการวัดระดับในองค์กร ในกรณีนี้ไม่จำเป็นต้องสอบ iBT เพิ่ม และการเตรียมตัวควรเน้นไวยากรณ์ การฟัง และการอ่านตามรูปแบบ ITP โดยตรง
สอบ TOEFL iBT เมื่อ
คุณต้องการยื่นมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ทุนการศึกษา หรือหน่วยงานที่ระบุ TOEFL iBT อย่างชัดเจน หรือต้องการผลที่เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ดูรายละเอียดรูปแบบล่าสุดได้ที่ TOEFL iBT รูปแบบใหม่ 2026 ก่อนเริ่มเตรียมตัว
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยก่อนสมัครสอบ
- สมัคร ITP ทั้งที่สถาบันปลายทางต้องการ iBT
- เตรียมตัวด้วยหนังสือ iBT ทั้งที่ต้องสอบ ITP
- ไม่ตรวจว่าต้องใช้ผล Speaking ด้วยหรือไม่
- ไม่ตรวจอายุผลสอบที่หน่วยงานยอมรับ
ข้อผิดพลาดทั้งหมดนี้ป้องกันได้ด้วยการอ่านประกาศหรือสอบถามหน่วยงานที่จะใช้ผลก่อนสมัคร ใช้เวลาไม่นาน แต่ช่วยประหยัดทั้งค่าสอบและเวลาเตรียมตัวได้มาก โดยเฉพาะเมื่อเดดไลน์ใกล้และไม่มีเวลาพอสำหรับสอบใหม่อีกรอบ
เตรียม TOEFL ITP อย่างไร
Structure and Written Expression
พาร์ทนี้วัดไวยากรณ์ผ่านการเติมประโยคและการหาจุดผิด การทบทวนกฎที่ออกบ่อยอย่างเป็นระบบได้ผลดีที่สุด เช่น ความสอดคล้องของประธานกับกริยา กาลของกริยา และรูปคำที่ใช้ผิดชนิด ควรจดกฎที่ตัวเองพลาดบ่อยแล้วทบทวนก่อนทำแบบฝึกทุกครั้ง
Listening และ Reading
Listening มี 50 ข้อในเวลาประมาณ 35 นาที จึงต้องจับใจความได้เร็วจากการฟังครั้งเดียว Reading ใช้เวลามากที่สุดในข้อสอบ ควรฝึกอ่านคำถามก่อนเพื่อรู้ว่าต้องหาอะไร และฝึกบริหารเวลาให้ทำครบทุกบทความ แทนการใช้เวลานานเกินไปกับบทความแรก
เตรียม TOEFLกับ Engduo ได้อย่างไร
Engduo เน้นการเรียนสดออนไลน์แบบตัวต่อตัวกับครูประจำ บทเรียนปรับตามคะแนนเป้าหมาย พาร์ทที่ยังเสียคะแนน และวันที่ต้องใช้ผล TOEFL ผู้เรียนเลือกครู Native หรือ Filipino ได้ เรียนผ่าน Google Meet หรือ Zoom ครั้งละ 30 หรือ 60 นาที ในช่วง 07:00–23:00 น. จึงเหมาะกับคนที่ต้องการให้ครูฟังคำตอบพูดและอ่านงานเขียนจริง แล้วแก้จุดอ่อนเฉพาะตัวอย่างต่อเนื่อง
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน ลองทำ Quick CEFR Test ของ Engduo เพื่อดูระดับเบื้องต้น แล้วติดต่อทีม Engduo พร้อมบอกสนามสอบ คะแนนเป้าหมาย และวันที่ต้องใช้ผล ทีมจะช่วยแนะนำแนวทางเรียนที่เหมาะ ทั้งนี้ผลคะแนนของแต่ละคนขึ้นอยู่กับระดับเริ่มต้น ความถี่ในการเรียน และการฝึกนอกคลาส การเรียนจึงไม่รับประกันคะแนนสอบแบบตายตัว

