TOEFL หรือ IELTS เลือกสอบอะไรดี เทียบก่อนตัดสินใจ

นักเรียนไทยปรึกษากันว่าจะสอบ TOEFL หรือ IELTS

TOEFL หรือ IELTS ควรเลือกจากสถาบันหรือหน่วยงานที่จะยื่นผลเป็นอันดับแรก ถ้ารับทั้งสองแบบ จึงค่อยดูว่ารูปแบบข้อสอบแบบไหนเหมาะกับจุดแข็งของคุณ ความต่างที่รู้สึกได้ชัดที่สุดคือพาร์ท Speaking ซึ่ง TOEFL ตอบผ่านคอมพิวเตอร์ ส่วน IELTS สนทนากับผู้สอบ

คำถามนี้เป็นหนึ่งในคำถามที่ผู้เตรียมเรียนต่อต่างประเทศถามบ่อยที่สุด และคำตอบมักเปลี่ยนไปตามเป้าหมายของแต่ละคน บทความนี้เทียบรูปแบบข้อสอบทั้งสองแบบ อธิบายความต่างที่มีผลต่อคะแนนจริง และให้ขั้นตอนตัดสินใจที่ใช้ได้กับทุกสถานการณ์

เริ่มจากที่ที่จะยื่น ไม่ใช่ข้อสอบที่คิดว่าง่ายกว่า

ก่อนเปรียบเทียบอะไร ให้เปิดเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย ทุนการศึกษา หรือหน่วยงานด้านวีซ่าที่จะยื่นผล แล้วตรวจว่ารับข้อสอบแบบใด และกำหนดคะแนนขั้นต่ำเท่าไร บางหลักสูตรรับเพียงแบบเดียว และบางแห่งกำหนดคะแนนรายพาร์ทด้วย ข้อมูลนี้ตัดสินใจแทนคุณได้ในหลายกรณีโดยไม่ต้องเปรียบเทียบต่อ

ถ้ายื่นหลายที่พร้อมกัน ให้ทำตารางสั้น ๆ ว่าแต่ละที่รับอะไร แล้วเลือกข้อสอบที่ใช้ได้กับทุกที่หรือเกือบทุกที่ การสอบเพียงแบบเดียวช่วยให้เวลาเตรียมตัวไม่กระจาย และลดค่าใช้จ่ายจากการสอบสองสนามโดยไม่จำเป็น ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่พบได้บ่อย

ตารางเทียบ TOEFL กับ IELTS

ตารางนี้สรุปความต่างหลักที่มีผลต่อการเตรียมตัว ข้อมูล TOEFL อ้างอิงรูปแบบที่ ETS ปรับตั้งแต่มกราคม 2026 ซึ่งต่างจากคู่มือรุ่นก่อนหลายจุด ถ้าคุณเคยเทียบสองข้อสอบนี้จากบทความเก่า ข้อมูลบางส่วนอาจไม่ตรงกับปัจจุบันแล้ว

ข้อมูลรายละเอียดโครงสร้างของ TOEFL ดูได้จากเว็บไซต์ ETS ซึ่งระบุประเภทงานและเวลาโดยประมาณของแต่ละพาร์ท ควรใช้ข้อมูลจากผู้จัดสอบโดยตรงเป็นหลักเมื่อวางแผน เพราะบทความจากแหล่งอื่นจำนวนมากยังอ้างรูปแบบก่อนการปรับปี 2026

ตารางนี้เลื่อนซ้าย–ขวาได้บนมือถือ ↔
หัวข้อ TOEFL iBT IELTS
ผู้จัดสอบ ETS British Council, IDP และ Cambridge
สเกลคะแนน 1–6 พร้อมคะแนนเทียบ 0–120 ช่วงเปลี่ยนผ่าน 0–9
Speaking ตอบผ่านคอมพิวเตอร์ สนทนากับผู้สอบ
Reading และ Listening ปรับระดับตามคำตอบ ทุกคนทำชุดเดียวกัน
เวลาสอบโดยประมาณ ประมาณ 2 ชั่วโมง ประมาณ 3 ชั่วโมง

Speaking ต่างกันอย่างไร

TOEFL Speaking

ใน TOEFL รูปแบบใหม่ คุณพูดตอบผ่านคอมพิวเตอร์ มีงานฟังแล้วพูดตาม และงานตอบคำถามแบบสัมภาษณ์ เวลารวมสั้นและต้องตอบทันที ข้อดีคือไม่ต้องรับมือกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้า ข้อเสียคือไม่มีใครช่วยถามต่อเมื่อคุณติด ดูรายละเอียดได้ที่ TOEFL Speaking ฝึกอย่างไร

IELTS Speaking

ใน IELTS คุณสนทนากับผู้สอบเป็นช่วง ๆ ตั้งแต่คำถามเรื่องทั่วไป การพูดต่อเนื่องในหัวข้อที่กำหนด ไปจนถึงการอภิปรายที่ลึกขึ้น ข้อดีคือบรรยากาศใกล้บทสนทนาจริง ข้อเสียคือบางคนตื่นเต้นเมื่อต้องพูดต่อหน้าผู้สอบ ข้อมูลทางการดูได้ที่เว็บไซต์ IELTS

Writing และ Reading ต่างกันอย่างไร

Writing

TOEFL รูปแบบใหม่มีงานเขียนหลายแบบที่สั้นลง เช่น การเรียงประโยค การเขียนอีเมล และการแสดงความเห็นในกระทู้วิชาการ ส่วน IELTS มีงานเขียนสองงานที่ยาวกว่า งานหนึ่งเป็นการเขียนเรียงความแสดงความเห็น คนที่เขียนยาวได้มีโครงสร้างอาจถนัด IELTS ส่วนคนที่เขียนสั้นกระชับได้ดีอาจถนัด TOEFL

Reading และ Listening

TOEFL ปรับระดับตามคำตอบเป็นสองช่วง การทำช่วงแรกให้แม่นจึงมีผลต่อเพดานคะแนน ส่วน IELTS ทุกคนทำชุดเดียวกันและมีรูปแบบคำถามหลากหลาย เช่น การเติมข้อมูลและการจับคู่หัวข้อ ทั้งสองแบบต้องการทักษะการอ่านจับใจความและการฟังที่แข็งแรงพอ ๆ กัน

ใครควรเลือก TOEFL ใครควรเลือก IELTS

หลังจากตรวจเกณฑ์ของสถาบันแล้ว ถ้ายังเลือกได้ทั้งสองแบบ ลองดูรายการนี้ประกอบ แต่อย่าใช้เป็นกฎตายตัว เพราะความถนัดของแต่ละคนต่างกัน การลองทำแบบฝึกของทั้งสองข้อสอบอย่างละหนึ่งชุดจะบอกได้ชัดกว่าการอ่านคำแนะนำทั่วไป

เลือก TOEFL เมื่อ

  • ถนัดทำข้อสอบบนคอมพิวเตอร์และตอบสั้นได้ทันที
  • ตื่นเต้นเมื่อต้องพูดต่อหน้าผู้สอบ
  • สถาบันที่ยื่นคุ้นเคยกับ TOEFL เป็นหลัก

เลือก IELTS เมื่อ

  • สื่อสารได้ดีเมื่อคุยกับคนจริง
  • เขียนเรียงความยาวที่มีโครงสร้างได้ดี
  • ต้องการใช้ผลกับวีซ่าหรือหน่วยงานที่ระบุ IELTS

ขั้นตอนตัดสินใจเลือกข้อสอบ

  1. ตรวจว่าทุกสถาบันที่จะยื่นรับข้อสอบแบบใดและต้องการเท่าไร
  2. ถ้ารับทั้งสองแบบ ให้ลองทำแบบฝึกของแต่ละข้อสอบหนึ่งชุด
  3. เทียบคะแนนจากแบบฝึกกับเกณฑ์ของสถาบัน
  4. ตรวจรอบสอบและเวลาออกผลให้ทันเดดไลน์
  5. เลือกหนึ่งแบบแล้วเตรียมตัวอย่างจริงจัง
ข้อมูลรูปแบบ TOEFL เรียบเรียงจากเอกสารที่ ETS เผยแพร่ ส่วนข้อมูล IELTS เรียบเรียงจากเว็บไซต์ทางการของ IELTS ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569 ข้อแนะนำในการเลือกเป็นแนวทางที่ Engduo เรียบเรียงขึ้น ไม่ใช่คำแนะนำจากผู้จัดสอบรายใด ผลคะแนนขึ้นอยู่กับระดับเริ่มต้นและการเตรียมตัวของแต่ละคน

เตรียม TOEFL หรือ IELTS กับ Engduo ได้อย่างไร

Engduo มีคอร์ส IELTS ออนไลน์ตัวต่อตัวที่ปรับตามคะแนนเป้าหมายของแต่ละคน และเรียนแบบตัวต่อตัวที่ปรับเนื้อหาเพื่อเตรียม TOEFL ได้ ผู้เรียนเลือกครู Native หรือ Filipino ได้ เรียนผ่าน Google Meet หรือ Zoom ครั้งละ 30 หรือ 60 นาที ในช่วง 07:00–23:00 น. เหมาะกับคนที่ต้องการให้ครูฟังคำตอบพูดและตรวจงานเขียนจริง

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะสอบแบบไหน ลองทำ Quick CEFR Test ของ Engduo แล้วติดต่อทีม Engduo พร้อมบอกสถาบันที่จะยื่นและวันที่ต้องใช้ผล ทีมจะช่วยแนะนำแนวทางเรียนที่เหมาะ ทั้งนี้ผลคะแนนขึ้นอยู่กับระดับเริ่มต้น ความถี่ในการเรียน และการฝึกนอกคลาส การเรียนจึงไม่รับประกันคะแนนแบบตายตัว

คำถามที่พบบ่อย

TOEFL หรือ IELTS อันไหนง่ายกว่า?
ไม่มีข้อสอบไหนง่ายกว่าสำหรับทุกคน ขึ้นอยู่กับจุดแข็งของแต่ละคน คนที่ตอบได้คล่องเมื่อคุยกับคนจริงอาจถนัด IELTS ส่วนคนที่ถนัดทำงานบนคอมพิวเตอร์และตอบสั้นทันทีอาจถนัด TOEFL
คะแนน TOEFL เทียบกับ IELTS ได้ไหม?
ผู้จัดสอบเผยแพร่ตารางเทียบไว้ แต่สถาบันอาจกำหนดเกณฑ์ของตัวเองแยกกันสำหรับแต่ละข้อสอบ ควรใช้เกณฑ์ที่สถาบันประกาศโดยตรงแทนการแปลงคะแนนเอง
เรียนต่ออเมริกาต้องใช้ TOEFL เท่านั้นไหม?
ไม่เสมอไป มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาจำนวนมากรับทั้ง TOEFL และ IELTS แต่บางหลักสูตรหรือทุนการศึกษาอาจระบุเฉพาะแบบใดแบบหนึ่ง ควรตรวจกับหลักสูตรโดยตรง
คนที่พูดยังไม่คล่องควรเลือกอันไหน?
ถ้าตื่นเต้นเมื่อคุยกับคนจริง TOEFL ที่พูดผ่านคอมพิวเตอร์อาจลดแรงกดดันได้ แต่ต้องตอบทันทีภายในเวลาจำกัด ส่วน IELTS มีผู้สอบช่วยดำเนินบทสนทนา ควรลองฝึกทั้งสองแบบก่อนตัดสินใจ
เตรียม IELTS แล้วเปลี่ยนไปสอบ TOEFL ได้ไหม?
ได้ ทักษะภาษาพื้นฐานใช้ร่วมกันได้มาก แต่ต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับประเภทงานและการบริหารเวลาของข้อสอบใหม่ โดยเฉพาะพาร์ทพูดและเขียนที่รูปแบบต่างกันชัดเจน
ผลสอบใช้ได้กี่ปี?
โดยทั่วไปสถาบันส่วนใหญ่รับผลสอบภายในสองปีนับจากวันสอบ แต่บางแห่งกำหนดเงื่อนไขเอง ควรตรวจกับหน่วยงานที่จะยื่นผลก่อนวางแผนรอบสอบ