Linking Verb คืออะไร? กริยาเชื่อมที่ไม่ได้บอกการกระทำ แต่บอก “สถานะ” สรุปจบใน 5 นาที

Linking Verb คือ

เวลาเราเรียนเรื่องคำกริยา (Verb) เรามักจะจำภาพว่า กริยา = การกระทำ (Action) เช่น กิน, เดิน, นั่ง, นอน ใช่ไหมครับ? แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมในประโยคอย่าง “She is beautiful.” หรือ “The soup tastes good.” ถึงไม่มีใคร “ทำ” อะไรเลย? เธอไม่ได้กำลังทำท่าสวย และซุปก็ไม่ได้มีปากไว้ชิมรสชาติ

คำกริยาเหล่านี้แหละครับที่เราเรียกว่า Linking Verb หรือ กริยาเชื่อม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ประโยคภาษาอังกฤษของคุณสมบูรณ์และถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ วันนี้ EngDuo Thailand จะพาคุณมาทำความรู้จักกับเจ้ากริยาตัวนี้ว่า Linking Verb คือ อะไร มีตัวไหนบ้าง และจะแยกออกจากกริยาปกติได้อย่างไรครับ

นิยาม: Linking Verb คือ อะไร?

Linking Verb (กริยาเชื่อม) คือ คำกริยาที่ทำหน้าที่ “เชื่อม” ประธาน (Subject) เข้ากับคำที่มาขยาย (Subject Complement) เพื่อบอก “สถานะ” หรือ “ลักษณะ” ของประธานนั้นๆ โดยที่ ไม่ได้บอกการกระทำ เลย

สูตรจำง่ายๆ: Linking Verb ทำหน้าที่เหมือนเครื่องหมาย เท่ากับ (=) ครับ

  • She is happy. → She = Happy (เธอ คือ ความสุข)
  • He seems tired. → He = Tired (เขา = เหนื่อย)

คำที่ตามหลัง Linking Verb มักจะเป็น Adjective (คำคุณศัพท์) หรือ Noun (คำนาม) เสมอ ห้าม ตามด้วย Adverb (L.Y.) เด็ดขาด!

กลุ่มคำ Linking Verb ที่พบบ่อย (Must-Know List)

เราแบ่งกริยาเชื่อมออกเป็น 3 แก๊งใหญ่ๆ เพื่อให้จำง่ายขึ้นครับ

1. แก๊ง Verb to Be (เป็น, อยู่, คือ)

นี่คือ Linking Verb ที่เจอบ่อยที่สุดในโลก

  • is, am, are, was, were, be, been, being
    • Ex: I am a teacher. (ฉัน = ครู)
    • Ex: They were excited. (พวกเขา = ตื่นเต้น)

2. แก๊งประสาทสัมผัส (Sense Verbs)

ใช้บอกลักษณะที่เรารับรู้ได้

  • Look (ดูเหมือน)
  • Sound (ฟังดูเหมือน)
  • Smell (มีกลิ่น)
  • Taste (มีรสชาติ)
  • Feel (รู้สึก)
    • Ex: You look great today! (คุณดูดีจังวันนี้)
    • Ex: This idea sounds interesting. (ไอเดียนี้น่าสนใจนะ)

3. แก๊งบอกสถานะและการเปลี่ยนแปลง (Status & Change)

  • Seem / Appear (ดูเหมือนว่า)
  • Become / Get / Grow / Turn (กลายเป็น, เริ่มจะ)
  • Remain / Stay (ยังคง…)
    • Ex: He became angry. (เขาเริ่มโกรธแล้วนะ)
    • Ex: Please stay calm. (กรุณาอยู่ในความสงบ)

เทคนิคแยก Linking Verb vs. Action Verb (The “=” Test)

คำกริยาบางคำเจ้าเล่ห์ครับ เป็นได้ทั้ง Linking (เชื่อม) และ Action (กระทำ) ขึ้นอยู่กับบริบท วิธีเช็กคือ ลองแทนที่คำนั้นด้วย Verb to be (is/am/are) ดูครับ

  • ถ้าแทนแล้วความหมายไม่เปลี่ยน → เป็น Linking Verb
  • ถ้าแทนแล้วความหมายเพี้ยน → เป็น Action Verb

ตัวอย่างคำว่า “Smell”:

  1. The flower smells sweet.
    • ลองแทน: The flower is sweet. (ดอกไม้หวาน/หอม → รู้เรื่อง ✅)
    • สรุป: เป็น Linking Verb (ดอกไม้มีกลิ่นหอม)
  2. I smell the flower.
    • ลองแทน: I am the flower. (ฉันคือดอกไม้ → ตลกแล้ว ❌)
    • สรุป: เป็น Action Verb (ฉันกำลังใช้จมูกดม)

ตาราง: คำคำเดียว เป็นได้ 2 หน้าที่ (Double Agents)

ลองดูตารางนี้เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของการใช้คำศัพท์กลุ่ม Sense Verbs ครับ

คำกริยา (Verb)Action Verb Usage (ประธานลงมือทำ)Linking Verb Usage (ประธานถูกขยายความ)
TasteThe chef tasted the soup.
(เชฟ ชิม ซุป)
The soup tasted salty.
(ซุป มีรส เค็ม)
LookShe looked at the picture.
(เธอ มองดู รูปภาพ)
She looked happy.
(เธอ ดูท่าทาง มีความสุข)
FeelThe doctor felt my arm.
(หมอ จับ/คลำ แขนฉัน)
I feel sick.
(ฉัน รู้สึก ป่วย)
TurnHe turned the car left.
(เขา เลี้ยว รถ)
The leaves turned brown.
(ใบไม้ เปลี่ยนเป็น สีน้ำตาล)
GrowFarmers grow rice.
(ชาวนา ปลูก ข้าว)
He grew old.
(เขา แก่ตัว ลง)

ข้อผิดพลาดยอดฮิต: Adjective หรือ Adverb?

จำกฎเหล็กไว้นะครับ หลัง Linking Verb ต้องเป็น Adjective เท่านั้น! ห้ามใช้ Adverb (ที่ลงท้ายด้วย -ly)

  • ❌ The food smells badly.
  • ✅ The food smells bad. (อาหารมีกลิ่นแย่)
  • ❌ I feel happily.
  • ✅ I feel happy. (ฉันรู้สึกมีความสุข)

ยกเว้น: Adverb สามารถมาขยาย Adjective อีกทีได้ เช่น She seems extremely happy.

เรียนรู้หลักไวยากรณ์แบบธรรมชาติกับ EngDuo

การท่องจำกฎอาจทำให้ปวดหัว แต่การเรียนรู้ผ่าน “ความรู้สึก” และ “บริบท” จะทำให้คุณจำได้แม่นยำกว่า ที่ EngDuo Thailand เราเน้นการสอนแบบ Sense of Language

  • Contextual Examples: ฝึกแต่งประโยคจากสิ่งที่เห็นและรู้สึกจริง เช่น บรรยายรสชาติอาหาร (It tastes…) หรือบรรยากาศในห้อง (It feels…)
  • Spot the Difference: ฝึกแยกแยะ Action vs Linking Verb ผ่านเกมและบทสนทนาสนุกๆ
  • Correction: ครูช่วยแก้ไขทันทีเมื่อคุณเผลอใช้ Adverb ผิดที่ (เช่น I feel goodly) ให้กลับมาถูกต้อง

มั่นใจในมาตรฐาน EngDuo (EEAT)

EngDuo Thailand โดย บริษัท เอจี เอ็ดดูเคชั่น จำกัด คือสถาบันสอนภาษาที่มุ่งเน้นความเข้าใจและการใช้งานจริง เรามีทีมครูผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมจะเปลี่ยนเรื่องไวยากรณ์ยากๆ อย่าง Linking Verb ให้กลายเป็นเรื่องง่ายๆ ที่คุณคุ้นเคย เพื่อให้คุณสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจและเป็นธรรมชาติที่สุด

เชื่อมโยงทุกความสำเร็จด้วยภาษาอังกฤษที่แข็งแรง

อย่าปล่อยให้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาทำให้ประโยคของคุณสะดุด มาฝึกใช้ Linking Verb ให้แม่นเป๊ะกับ EngDuo วันนี้ ติดต่อเราเพื่อรับสิทธิพิเศษ!

  • ชื่อสถาบัน: EngDuo Thailand (บริษัท เอจี เอ็ดดูเคชั่น จำกัด)
  • ที่อยู่: 72/47 หมู่ที่ 4 ตำบลศาลากลาง อำเภอบางกรวย จ.นนทบุรี 11130
  • เบอร์โทรศัพท์: 099-217-0880, 098-826-8961
  • เว็บไซต์: https://engduothailand.com/
  • Line Official: @engduo
  • Facebook: Engduo Thailand เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ตัวต่อตัว

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1. Go เป็น Linking Verb ได้ไหม? ได้ครับ! ถ้าแปลว่า “กลายเป็น” (ในทางลบ)

  • Ex: The milk went bad. (นมบูด/เสีย)
  • Ex: He went mad. (เขาบ้าไปแล้ว)

2. มีคำนามตามหลัง Linking Verb ได้ไหม? ได้ครับ เรียกว่า Predicate Nominative ซึ่งทำหน้าที่ขยายประธานเหมือนกัน

  • Ex: He became a doctor. (เขา = หมอ)
  • Ex: She is my sister. (เธอ = พี่สาวฉัน)

3. “I feel good” กับ “I feel well” ต่างกันไหม? ต่างกันนิดหน่อยครับ

  • I feel good: รู้สึกดี (อารมณ์ดี, สบายใจ)
  • I feel well: รู้สึกสบายดี (สุขภาพดี, ไม่ป่วย)

4. ทำไมบางทีเห็น “Look carefully”? เพราะในประโยคนั้น Look เป็น Action Verb แปลว่า “มองดู” ครับ (มองดูอย่างระมัดระวัง) ไม่ใช่ Linking Verb ที่แปลว่า “ดูเหมือน”

  • Ex: She looked carefully at the map. (ถูก – มองดูแผนที่)
  • Ex: She looked careful. (ถูก – เธอดูท่าทางเป็นคนระมัดระวัง)

5. จะรู้ได้ไงว่าต้องใช้ Adjective ตัวไหน? ต้องดูความหมายที่ต้องการสื่อครับ Linking Verb เป็นแค่ตัวเชื่อม สิ่งที่สำคัญคือคำศัพท์ Adjective ข้างหลังที่จะบอกลักษณะครับ EngDuo มีคลังคำศัพท์ Adjective ที่ใช้บ่อยแจกให้นักเรียนด้วยครับ

References