เรียน CU-AAT ควรเริ่มจากรู้ว่าข้อสอบมี 2 พาร์ทคือ Math และ Verbal อย่างละ 55 ข้อ 70 นาที คะแนนเต็มพาร์ทละ 800 รวม 1,600 และไม่หักคะแนนเมื่อตอบผิด จึงควรตอบทุกข้อ
CU-AAT เป็นข้อสอบที่นักเรียนหลายคนต้องใช้ยื่นหลักสูตรนานาชาติ แต่ข้อมูลที่หาได้มักกระจัดกระจาย บทความนี้สรุปโครงสร้างข้อสอบ วิธีเตรียมแต่ละพาร์ท โดยเฉพาะพาร์ท Verbal ที่เป็นภาษาอังกฤษโดยตรง และแผนเตรียมตัวที่ใช้ได้ทั้งคนที่เริ่มใหม่และคนที่เคยเตรียม SAT
CU-AAT คืออะไร ใช้ยื่นที่ไหน
CU-AAT ย่อมาจาก Chulalongkorn University Academic Aptitude Test จัดสอบโดยศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้คัดเลือกผู้สมัครเข้าหลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาตรีของจุฬาฯ และบางหลักสูตรของมหาวิทยาลัยอื่นก็รับผลนี้ด้วย ควรตรวจเกณฑ์ของแต่ละคณะโดยตรงก่อนสมัคร
หลักสูตรนานาชาติส่วนใหญ่ใช้ CU-AAT ควบคู่กับคะแนนภาษาอังกฤษ เช่น IELTS หรือ TOEFL ไม่ได้ใช้แทนกัน การวางแผนจึงต้องเตรียมทั้งสองส่วน และเผื่อเวลาสำหรับสอบซ้ำหากคะแนนยังไม่ถึงเป้า ดูภาพรวมได้ที่ คะแนนภาษาอังกฤษสำหรับหลักสูตรนานาชาติ
โครงสร้างข้อสอบ CU-AAT
CU-AAT ทำพาร์ท Math ก่อน แล้วจึงทำพาร์ท Verbal ทั้งสองพาร์ทมีจำนวนข้อและเวลาเท่ากัน ตารางนี้สรุปโครงสร้างตามข้อมูลที่เผยแพร่ ข้อสอบเกือบทั้งหมดเป็นปรนัย และไม่หักคะแนนเมื่อตอบผิด ซึ่งมีผลต่อกลยุทธ์ทำข้อสอบอย่างมาก
| พาร์ท | จำนวนข้อ | เวลา | คะแนนเต็ม | เนื้อหา |
|---|---|---|---|---|
| Math | 55 | 70 นาที | 800 | เลขคณิต พีชคณิต เรขาคณิต และการแก้โจทย์ |
| Verbal | 55 | 70 นาที | 800 | Critical Reading และ Writing |
| รวม | 110 | 140 นาที | 1,600 | ใช้เครื่องคิดเลขได้ในพาร์ท Math |
แบบกระดาษและ E-Testing
CU-AAT มีทั้งแบบกระดาษและแบบสอบบนคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า E-Testing แบบคอมพิวเตอร์รู้ผลเร็วกว่า แต่ไม่มีกระดาษข้อสอบให้จดหรือขีดเขียน ถ้าคุณถนัดขีดเส้นใต้หรือจดระหว่างอ่าน ควรฝึกอ่านบนจอให้คุ้นเคยก่อนเลือกแบบคอมพิวเตอร์
เตรียมพาร์ท Verbal
Critical Reading
ส่วนนี้มีทั้งการเติมประโยคให้สมบูรณ์และการอ่านบทความแล้วตอบคำถาม ต้องเข้าใจคำศัพท์ระดับวิชาการและตีความเจตนาของผู้เขียน การฝึกอ่านบทความภาษาอังกฤษจริงทุกวัน เช่น บทความวิทยาศาสตร์หรือสังคม ช่วยได้มากกว่าการท่องคำศัพท์จากรายการเพียงอย่างเดียว
Writing
ส่วน Writing เป็นปรนัยทั้งหมด ได้แก่ การปรับประโยคให้ดีขึ้น การหาจุดผิดในประโยค และการปรับย่อหน้า วัดความแม่นยำของไวยากรณ์และความชัดเจนของการเขียน ควรทบทวนกฎที่ผิดบ่อย เช่น ความสอดคล้องของประธานกับกริยา การใช้คำเชื่อม และโครงสร้างคู่ขนาน
เตรียมพาร์ท Math ที่เป็นภาษาอังกฤษ
หลายคนคิดว่าพาร์ท Math ไม่เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ แต่โจทย์ทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ นักเรียนที่เก่งคณิตศาสตร์อาจเสียคะแนนเพราะตีความโจทย์ผิด โดยเฉพาะโจทย์ปัญหาที่ยาว การฝึกอ่านโจทย์ภาษาอังกฤษให้คล่องจึงสำคัญไม่แพ้การฝึกคำนวณ
ศัพท์คณิตศาสตร์ภาษาอังกฤษที่ควรรู้
- integer, ratio, percentage, average
- perimeter, area, volume, diameter
- at least, at most, consecutive, remainder
- probability, equation, inequality
แผนเตรียม CU-AAT
- ทำข้อสอบจำลองเต็มชุดแบบจับเวลาเพื่อวัดระดับ
- แยกข้อผิดตามพาร์ทและประเภทคำถาม
- ฝึกอ่านบทความภาษาอังกฤษทุกวัน
- ทบทวนไวยากรณ์ที่ผิดบ่อยและศัพท์คณิตศาสตร์
- ทำข้อสอบเต็มชุดสัปดาห์ละครั้งในช่วงท้าย
ถ้าเคยเตรียม SAT มาก่อน
ทักษะจาก SAT ใช้กับ CU-AAT ได้มาก เพราะวัดความถนัดด้านคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษคล้ายกัน แต่รูปแบบข้อสอบ จำนวนข้อ และเวลาต่างกัน ควรทำข้อสอบจำลองตามรูปแบบ CU-AAT อย่างน้อยสองถึงสามชุดก่อนสอบจริง ดูความต่างได้ที่ CU-AAT กับ SAT ต่างกันอย่างไร
เทคนิคทำข้อสอบที่ใช้ได้จริง
ตอบทุกข้อเพราะไม่ติดลบ
เมื่อข้อที่ตอบผิดได้ศูนย์คะแนนเท่ากับข้อที่ไม่ตอบ การเว้นว่างจึงไม่มีประโยชน์ ข้อที่ไม่แน่ใจให้ตัดตัวเลือกที่ผิดชัดเจนก่อนแล้วเลือกจากที่เหลือ และเผื่อเวลาท้ายพาร์ทไว้ตรวจว่าตอบครบทุกข้อ ส่วน SAT ปัจจุบันเป็นข้อสอบดิจิทัลแบบปรับระดับตามคำตอบ ซึ่งต้องใช้กลยุทธ์ต่างออกไป ตามข้อมูลของCollege Board
เตรียม CU-AAT กับ Engduo ได้อย่างไร
Engduo เน้นการเรียนสดออนไลน์แบบตัวต่อตัวกับครูประจำ ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะฟัง อ่าน ไวยากรณ์ และการพูดที่ใช้ใน CU-AAT ได้ตรงจุด ผู้เรียนเลือกครู Native หรือ Filipino ได้ เรียนผ่าน Google Meet หรือ Zoom ครั้งละ 30 หรือ 60 นาที ในช่วง 07:00–23:00 น. ทีมงานช่วยประเมินได้ว่าการเรียนแบบนี้เหมาะกับเป้าหมายและระยะเวลาที่คุณมีหรือไม่
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน ลองทำ Quick CEFR Test ของ Engduo เพื่อดูระดับเบื้องต้น แล้วติดต่อทีม Engduo พร้อมบอกสนามสอบ คะแนนเป้าหมาย และวันที่ต้องใช้ผล ทีมจะช่วยแนะนำแนวทางเรียนที่เหมาะ ทั้งนี้ผลคะแนนของแต่ละคนขึ้นอยู่กับระดับเริ่มต้น ความถี่ในการเรียน และการฝึกนอกคลาส การเรียนจึงไม่รับประกันคะแนนสอบแบบตายตัว

