หลักการเติม ed ท้ายคำกริยา สรุปกฎ 5 ข้อ และวิธีออกเสียงให้เป๊ะ

หลักการเติม ed

เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมคำว่า Stop พอเป็นอดีตต้องเขียนว่า Stopped (มี p สองตัว) แต่คำว่า Open กลับเขียนว่า Opened (ไม่ต้องเบิ้ล n)? หรือทำไมบางคำลงท้ายด้วย -ed เหมือนกัน แต่ออกเสียงไม่เหมือนกันเลย? (เช่น Wanted อ่านว่า ว้อน-ทิด แต่ Worked อ่านว่า เวิร์ค-ทึ)

เรื่อง หลักการเติม ed เป็นพื้นฐานสำคัญมากในการเรียนภาษาอังกฤษ เพราะมันไม่ได้ใช้แค่บอกเล่าเรื่องราวใน อดีต (Past Simple) เท่านั้น แต่ยังใช้ใน Perfect Tense (V.3) และ Passive Voice อีกด้วย วันนี้ EngDuo Thailand จะมาไขข้อข้องใจทั้งหมด สรุปกฎการเติมและการออกเสียงให้คุณเข้าใจง่ายๆ ภายใน 5 นาทีครับ

ทำไมต้องเติม -ed? (Why do we add -ed?)

เราเติม -ed ท้ายคำกริยาปกติ (Regular Verbs) เพื่อเปลี่ยนหน้าที่ของมันครับ

  1. เป็นกริยาช่อง 2 (Past Simple): บอกว่าทำไปแล้วในอดีต (I walked.)

  2. เป็นกริยาช่อง 3 (Past Participle): บอกว่าทำเสร็จแล้ว หรือถูกกระทำ (I have walked.)

  3. เป็นคำคุณศัพท์ (Adjective): บอกความรู้สึก (I am bored.)

กฎ 5 ข้อ ของการเติม ed (The 5 Spelling Rules)

จำกฎเหล่านี้ไว้นะครับ จะได้เขียนถูกและไม่โดนหักคะแนนสอบ

กฎข้อที่ 1: เติม ed ได้เลย (General Rule)

สำหรับคำกริยาทั่วไป ส่วนใหญ่เติม ed ต่อท้ายได้เลยครับ

  • Walk Walked (เดิน)

  • Play Played (เล่น)

  • Cook Cooked (ทำอาหาร)

  • Listen Listened (ฟัง)

กฎข้อที่ 2: ลงท้ายด้วย e อยู่แล้ว (Ending in ‘e’)

ไม่ต้องเติม e ซ้อนกันครับ ให้เติมแค่ d ตัวเดียวพอ

  • Love Loved (รัก)

  • Dance Danced (เต้น)

  • Live Lived (อาศัย)

  • Move Moved (ย้าย)

กฎข้อที่ 3: สระเสียงสั้นตัวเดียว ตัวสะกดตัวเดียว (CVC Rule)

ถ้าเป็นคำพยางค์เดียว มีสระ 1 ตัว และตัวสะกด 1 ตัว ต้อง เบิ้ลตัวสะกดตัวท้าย ก่อน แล้วค่อยเติม ed

  • Stop Stopped (หยุด – สระ o ตัวเดียว, ตัวสะกด p ตัวเดียว)

  • Plan Planned (วางแผน)

  • Jog Jogged (วิ่งเหยาะๆ)

  • Beg Begged (ขอร้อง)

กฎข้อที่ 4: ลงท้ายด้วย y (The ‘Y’ Rule)

ต้องดู “หน้า y” ครับ

  • หน้า y เป็น “พยัญชนะ”: เปลี่ยน y i แล้วเติม ed

    • Study Studied (เรียน)

    • Cry Cried (ร้องไห้)

    • Try Tried (พยายาม)

  • หน้า y เป็น “สระ” (a, e, i, o, u): เติม ed ได้เลย (ห้ามเปลี่ยน!)

    • Play Played (เล่น)

    • Enjoy Enjoyed (สนุก)

    • Stay Stayed (พัก)

กฎข้อที่ 5: คำ 2 พยางค์ ที่เน้นพยางค์หลัง (Stress on 2nd Syllable)

ถ้าคำนั้นเน้นเสียงหนักที่พยางค์หลัง และลงท้ายด้วยสระตัวเดียว ตัวสะกดตัวเดียว ต้อง เบิ้ลตัวสะกด ครับ

  • Admit Admitted (ยอมรับ)

  • Prefer Preferred (ชอบมากกว่า)

  • Control Controlled (ควบคุม)

  • ข้อยกเว้น: ถ้าเน้นพยางค์หน้า ไม่ต้องเบิ้ล (เช่น Visit Visited, Open Opened)

ตาราง: สรุปหลักการเติม ed และตัวอย่าง (Quick Reference)

ตารางนี้สรุปความแตกต่างของแต่ละกฎ เพื่อให้คุณเช็กความถูกต้องได้ง่ายๆ ครับ

ลักษณะคำ (Condition) กฎการเติม (Rule) ตัวอย่าง V.1 (Base Form) ตัวอย่าง V.2/V.3 (Past Form)
ทั่วไป เติม -ed Work Worked
ลงท้ายด้วย e เติม -d Hope Hoped
ลงท้ายด้วย y (หน้า y พยัญชนะ) เปลี่ยน y ied Carry Carried
ลงท้ายด้วย y (หน้า y สระ) เติม -ed Destroy Destroyed
CVC (พยางค์เดียว สระสั้น) เบิ้ลตัวสะกด + ed Shop Shopped
2 พยางค์ (เน้นพยางค์หลัง) เบิ้ลตัวสะกด + ed Commit Committed
2 พยางค์ (เน้นพยางค์หน้า) เติม -ed (ไม่เบิ้ล) Happen Happened

หลักการออกเสียง ed (Pronunciation) – สำคัญมาก!

เติมถูกแล้วต้องอ่านให้ถูกด้วยครับ ไม่งั้นฝรั่งงงแน่นอน กฎการออกเสียงมี 3 แบบ:

1. ออกเสียง /id/ (อิด หรือ เอ็ด)

เฉพาะคำที่ลงท้ายด้วยเสียง t หรือ d เท่านั้น! (เพื่อให้แยกเสียงได้)

  • Want Wanted (ว้อน-ทิด)

  • Need Needed (นีด-เด็ด)

  • Start Started (สตาร์ท-ทิด)

2. ออกเสียง /t/ (ทึ – เสียงท้ายสั้นๆ)

ใช้กับคำที่ลงท้ายด้วย เสียงไม่ก้อง (Voiceless) เช่น p, k, f, s, sh, ch

  • Work Worked (เวิร์ค-ทึ) ไม่อ่าน เวิร์ค-เก็ด

  • Watch Watched (วอช-ทึ)

  • Kiss Kissed (คิส-ทึ)

3. ออกเสียง /d/ (ดึ – เสียงสั่นในคอ)

ใช้กับคำที่ลงท้ายด้วย เสียงก้อง (Voiced) เช่น b, g, v, z, m, n, l, r และสระทั้งหมด

  • Play Played (เพล-ดึ) ไม่อ่าน เพล-เย็ด

  • Love Loved (เลิฟ-ดึ)

  • Call Called (คอล-ดึ)

ฝึกฝนให้เป๊ะกับ EngDuo

เรื่อง หลักการเติม ed และการออกเสียงเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความคุ้นเคย (Familiarity) ที่ EngDuo Thailand เราเน้นการฝึกฝนผ่านการฟังและพูดจริง

  • Pronunciation Workshop: ฝึกออกเสียงท้ายคำ (Final Sounds) ให้ชัดเจน โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่าง /t/, /d/ และ /id/

  • Spelling Drills: แบบฝึกหัดเขียนคำศัพท์ที่มักเขียนผิด (เช่น Traveling vs Travelling – แบบ British ต้องเบิ้ล l)

  • Contextual Learning: เรียนรู้ผ่านบทสนทนาในอดีต (What did you do yesterday?) เพื่อให้คุณใช้ V.2 ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

มั่นใจในมาตรฐาน EngDuo (EEAT)

EngDuo Thailand โดย บริษัท เอจี เอ็ดดูเคชั่น จำกัด ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการใช้ภาษา เราเชื่อว่าการออกเสียงที่ถูกต้องและการสะกดคำที่แม่นยำ จะช่วยเสริมบุคลิกภาพและความน่าเชื่อถือให้กับคุณ ไม่ว่าจะเป็นในการสัมภาษณ์งานหรือการนำเสนองานระดับอินเตอร์

เปลี่ยนเรื่องพื้นฐานให้เป็นจุดแข็ง

มาลบจุดอ่อนเรื่องการเติม ed และฝึกออกเสียงให้เหมือนเจ้าของภาษากับ EngDuo วันนี้ ติดต่อเราเพื่อทดลองเรียนฟรี!

  • ชื่อสถาบัน: EngDuo Thailand (บริษัท เอจี เอ็ดดูเคชั่น จำกัด)

  • ที่อยู่: 72/47 หมู่ที่ 4 ตำบลศาลากลาง อำเภอบางกรวย จ.นนทบุรี 11130

  • เบอร์โทรศัพท์: 099-217-0880, 098-826-8961

  • เว็บไซต์: https://engduothailand.com/

  • Line Official: @engduo

  • Facebook: Engduo Thailand เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ตัวต่อตัว

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1. คำว่า Fix เติม ed ต้องเบิ้ล x ไหม? ไม่ต้องครับ! เพราะตัว x ออกเสียงเป็นสองเสียง (ks) ถือว่าเป็นข้อยกเว้น Fix Fixed (ไม่อ่าน ฟิก-เส็ด ให้อ่าน ฟิกซ์-ทึ)

2. Travel เติม ed ต้องเบิ้ล l ไหม? ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้ภาษาอังกฤษแบบไหนครับ

  • British English: เบิ้ล l Travelled

  • American English: ไม่เบิ้ล Traveled (ใช้ได้ทั้งคู่ครับ แต่ควรเลือกแบบใดแบบหนึ่งให้เหมือนกันทั้งงานเขียน)

3. Panic เติม ed ยังไง? คำที่ลงท้ายด้วย c และออกเสียง /k/ ต้องเติม k ก่อนเติม ed เพื่อรักษารูปเสียงครับ

  • Panic Panicked

  • Mimic Mimicked

4. Open ทำไมไม่เบิ้ล n? เพราะคำว่า Open (โอ-เพิ่น) เน้นเสียงหนักที่พยางค์หน้า (O-pen) จึงไม่เข้ากฎการเบิ้ลตัวสะกดครับ

5. Visit เติม ed ต้องเบิ้ล t ไหม? ไม่เบิ้ลครับ เหตุผลเดียวกับ Open คือเน้นพยางค์หน้า (Vi-sit) Visited

References