Tense คืออะไร? กุญแจไขความลับเวลาในภาษาอังกฤษ ที่ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

Tense คือ

ถ้าถามคนไทยว่าอะไรคือยาขมที่สุดในการเรียนภาษาอังกฤษ คำตอบอันดับหนึ่งคงหนีไม่พ้นเรื่อง “Tense” ใช่ไหมครับ? หลายคนเรียนมาตั้งแต่อนุบาลจนทำงาน ก็ยังสับสนว่า Tense คือ อะไรกันแน่ ทำไมต้องผันกริยาเยอะแยะ เดี๋ยวเติม ed เดี๋ยวเติม ing เดี๋ยวมี have/has จนทำให้ไม่กล้าพูดเพราะกลัวผิดแกรมม่า

ความจริงแล้ว Tense ไม่ใช่ปีศาจร้ายครับ แต่มันคือ “นาฬิกาบอกเวลา” ของฝรั่ง เพราะในภาษาไทยเราใช้คำบอกเวลา (เช่น เมื่อวาน, พรุ่งนี้) โดยที่คำกริยาไม่ต้องเปลี่ยนรูป (กิน ก็ยังเป็น กิน) แต่ในภาษาอังกฤษ คำกริยาต้องเปลี่ยนร่าง เพื่อบอกว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นตอนไหน วันนี้ EngDuo Thailand จะพาคุณมาถอดรหัส Tense แบบเห็นภาพชัดๆ ไม่ต้องท่องจำสูตรคูณ แต่ใช้ความเข้าใจ แล้วคุณจะรู้ว่ามันง่ายกว่าที่คิด!

นิยามแบบเข้าใจง่าย: Tense คือ อะไร?

Tense (เทนส์) คือ รูปแบบของคำกริยา (Verb Form) ที่เปลี่ยนไปเพื่อบอก “เวลา” (Time) และ “ลักษณะของเหตุการณ์” (Aspect) ว่าเกิดขึ้นตอนไหนและจบลงหรือยัง

สมการง่ายๆ คือ: Tense = เวลา + ลักษณะเหตุการณ์

1. เวลา (Time) มี 3 ช่วง

  • Present: ปัจจุบัน
  • Past: อดีต
  • Future: อนาคต

2. ลักษณะเหตุการณ์ (Aspect) มี 4 แบบ

  • Simple: ธรรมดา, ความจริง, กิจวัตร
  • Continuous: กำลังทำอยู่ (เน้นภาพเคลื่อนไหว)
  • Perfect: ทำเสร็จแล้ว / ทำมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน (เน้นผลลัพธ์)
  • Perfect Continuous: ทำมาอย่างต่อเนื่องและยังทำอยู่ (เน้นระยะเวลา)

เมื่อจับคู่ 3 เวลา x 4 ลักษณะ เราจึงได้ทั้งหมด 12 Tenses นั่นเองครับ

เจาะลึกโครงสร้าง: ตารางสรุป 12 Tenses ฉบับรวบรัด

เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าแต่ละ Tense คือ อะไรและมีโครงสร้างอย่างไร ลองดูตารางสรุปสูตรลับด้านล่างนี้ครับ

ชื่อ Tense (Time x Aspect)โครงสร้าง (Structure)คอนเซปต์การใช้งาน (Concept)
Present SimpleS + V.1 (s/es)ความจริงทั่วไป, กิจวัตรประจำวัน
Present ContinuousS + is/am/are + V.ingกำลังทำอยู่ ณ ตอนนี้
Present PerfectS + have/has + V.3ทำเสร็จแล้ว, หรือทำตั้งแต่อดีตถึงตอนนี้
Present Perfect ContinuousS + have/has + been + V.ingทำต่อเนื่องมานานและยังทำอยู่ (เน้นความนาน)
Past SimpleS + V.2จบไปแล้วในอดีต (มีเวลาบอกชัดเจน)
Past ContinuousS + was/were + V.ingกำลังทำอยู่ในอดีต (มักมีเหตุการณ์อื่นมาแทรก)
Past PerfectS + had + V.3เกิดก่อนและจบลงก่อนอีกเหตุการณ์ในอดีต
Past Perfect ContinuousS + had + been + V.ingทำต่อเนื่องในอดีตก่อนจะเกิดอีกเรื่องขึ้น
Future SimpleS + will + V.infจะทำในอนาคต (ตัดสินใจเดี๋ยวนั้น/คาดเดา)
Future ContinuousS + will + be + V.ingจะกำลังทำอยู่ในเวลาที่ระบุในอนาคต
Future PerfectS + will + have + V.3จะทำเสร็จสมบูรณ์ในอนาคตเมื่อถึงเวลานั้น
Future Perfect ContinuousS + will + have + been + V.ingจะทำต่อเนื่องมาจนถึงจุดหนึ่งในอนาคต

Note: S = Subject (ประธาน), V = Verb (กริยา), V.inf = กริยาไม่ผัน

5 Tenses หลักที่ “ต้องแม่น” ถ้าอยากพูดปร๋อ

ข่าวดีคือในชีวิตจริงและการทำงาน เราไม่ได้ใช้ครบทั้ง 12 Tenses ตลอดเวลาครับ หากคุณแม่นยำแค่ 5 ตัวนี้ คุณก็สื่อสารได้ครอบคลุมกว่า 80% แล้ว

  1. Present Simple: ใช้คุยเรื่องงานประจำ ข้อเท็จจริง (I work at EngDuo.)
  2. Past Simple: ใช้เล่าเรื่องในอดีต รายงานผลประกอบการ (I finished the report yesterday.)
  3. Future Simple: ใช้สัญญา วางแผน (I will call you later.)
  4. Present Continuous: ใช้บอกสิ่งที่ทำอยู่ (I am driving.)
  5. Present Perfect: ใช้บอกประสบการณ์ (I have been to Japan.)

ทำไมคนไทยถึงสับสนเรื่อง Tense?

สาเหตุหลักที่ทำให้เรางงว่า Tense คือ อะไร เพราะ “ภาษาไทยไม่มี Tense” ครับ

  • ไทย: ฉัน กิน ข้าวเมื่อวาน / ฉัน กิน ข้าวพรุ่งนี้ (คำว่า “กิน” เหมือนเดิม)
  • อังกฤษ: I ate rice yesterday. / I will eat rice tomorrow. (คำกริยาเปลี่ยน)

ดังนั้น เคล็ดลับคือ อย่าแปลตรงตัว แต่ให้จินตนาการถึง “เส้นเวลา” (Timeline) ว่าเหตุการณ์นั้นอยู่จุดไหนของเส้นเวลา

เรียน Tense แบบธรรมชาติกับ EngDuo (Natural Approach)

การท่องสูตร S + V.3 อาจทำให้สอบผ่าน แต่พอจะพูดจริงกลับนึกไม่ออก ที่ EngDuo Thailand เราใช้วิธีการสอนแบบ Natural Approach

  • เรียนผ่านบริบท (Context-based): ครูจะชวนคุยโดยใช้ Tense นั้นๆ ซ้ำๆ จนคุณจับทางได้เองว่า “อ๋อ สถานการณ์แบบนี้ต้องใช้รูปประโยคแบบนี้”
  • Time Marker: สอนให้สังเกตคำบอกเวลา (Yesterday, Now, Since) ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะบอกว่าต้องใช้ Tense ไหน
  • แก้ไขทันที: เมื่อคุณใช้ Tense ผิด ครูจะช่วยแก้ให้ทันที ทำให้คุณจำได้แม่นยำกว่าการนั่งท่องตำรา

มั่นใจในคุณภาพ EngDuo (EEAT)

EngDuo Thailand บริหารงานโดย บริษัท เอจี เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนภาษาอังกฤษที่มีประสบการณ์ยาวนาน เราเข้าใจปัญหา Pain Point ของคนไทยในการเรียนไวยากรณ์เป็นอย่างดี หลักสูตรของเราจึงถูกออกแบบมาให้ “ย่อยง่าย” และ “ใช้ได้จริง” เพื่อให้คุณก้าวข้ามกำแพงภาษาและนำไปต่อยอดในอาชีพการงานได้อย่างมั่นใจ

เลิกกลัว Tense แล้วมาเก่งภาษาไปด้วยกัน

Tense ไม่ใช่เรื่องยากถ้าเรียนถูกวิธี มาปลดล็อกสกิลแกรมม่าของคุณให้แม่นยำและเป็นธรรมชาติกับ EngDuo วันนี้ ติดต่อเราเพื่อทดลองเรียนและวางแผนการเรียนฟรี!

  • ชื่อสถาบัน: EngDuo Thailand (บริษัท เอจี เอ็ดดูเคชั่น จำกัด)
  • ที่อยู่: 72/47 หมู่ที่ 4 ตำบลศาลากลาง อำเภอบางกรวย จ.นนทบุรี 11130
  • เบอร์โทรศัพท์: 099-217-0880, 098-826-8961
  • เว็บไซต์: https://engduothailand.com/
  • Line Official: @engduo
  • Facebook: Engduo Thailand เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ตัวต่อตัว

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1. จำเป็นต้องจำชื่อ Tense ทั้ง 12 ไหม? ไม่จำเป็นต้องจำชื่อแม่นเป๊ะครับ ขอแค่เข้าใจ คอนเซปต์ และ โครงสร้าง ว่าจะสื่อสารเวลาไหนต้องใช้กริยาหน้าตาแบบไหนก็พอครับ การใช้งานจริงสำคัญกว่าชื่อเรียก

2. Present Perfect กับ Past Simple ต่างกันยังไง? (คำถามยอดฮิต)

  • Past Simple: จบแล้วและ มีเวลาเจาะจงในอดีต (e.g., I lost my key yesterday.)
  • Present Perfect: จบแล้วแต่ ไม่เน้นเวลา หรือผลลัพธ์ยังส่งผลถึงปัจจุบัน (e.g., I have lost my key. – ตอนนี้ก็ยังหาไม่เจอนะ)

3. “Going to” กับ “Will” ต่างกันไหมใน Future Tense? ต่างกันเล็กน้อยครับ

  • Will: ตัดสินใจเดี๋ยวนั้น หรือคาดเดา (I think it will rain.)
  • Going to: วางแผนมาแล้ว มีหลักฐานชัดเจน (Look at those clouds! It is going to rain.)

4. Passive Voice เกี่ยวกับ Tense ไหม? เกี่ยวครับ Passive Voice (ประธานถูกกระทำ) ก็มี 12 Tenses เหมือนกัน โดยโครงสร้างหลักคือ Be + V.3 ซึ่งตัว Verb to Be จะเปลี่ยนรูปไปตาม Tense นั้นๆ ครับ

5. เรียน Tense กับ EngDuo นานไหมกว่าจะคล่อง? ขึ้นอยู่กับพื้นฐานเดิมครับ แต่โดยปกตินักเรียนจะเริ่มจับจุดและใช้ 5 Tenses หลักได้ถูกต้องภายใน 1-2 เดือนแรกของการเรียนสม่ำเสมอครับ

References