TOEFL iBT รูปแบบใหม่ที่ ETS ใช้ตั้งแต่มกราคม 2026 ยังมี 4 พาร์ทคือ Reading, Listening, Writing และ Speaking แต่ประเภทงานเปลี่ยนเกือบทั้งหมด Reading กับ Listening ปรับระดับตามคำตอบ และคะแนนรายงานเป็นสเกล 1–6 ใช้เวลาสอบรวมประมาณสองชั่วโมง
ถ้าคุณเคยอ่านคู่มือ TOEFL เมื่อไม่กี่ปีก่อน ข้อมูลหลายส่วนอาจไม่ตรงกับข้อสอบในตอนนี้แล้ว ทั้งชื่องาน จำนวนข้อ และวิธีรายงานคะแนน บทความนี้สรุปสิ่งที่เปลี่ยน โครงสร้างแต่ละพาร์ท และวิธีปรับแผนเตรียมตัว เพื่อให้เวลาที่ใช้ฝึกตรงกับสิ่งที่จะเจอในวันสอบจริง
TOEFL iBT รูปแบบใหม่เปลี่ยนอะไรบ้าง
การปรับครั้งนี้กระทบทั้งรูปแบบข้อสอบและการให้คะแนน ข้อสอบโดยรวมสั้นลง งานหลายประเภทใกล้เคียงสถานการณ์ใช้ภาษาจริงมากขึ้น เช่น การอ่านข้อความในชีวิตประจำวันและการเขียนอีเมล ผู้ที่เตรียมตัวด้วยแบบฝึกรูปแบบเดิมจึงควรตรวจว่ายังฝึกงานที่ตรงกับข้อสอบปัจจุบันอยู่หรือไม่
ข้อสอบแบบปรับระดับ
Reading และ Listening เป็นข้อสอบปรับระดับสองช่วง ช่วงแรกเป็นชุดคัดกรอง ผลของช่วงแรกจะกำหนดว่าช่วงที่สองเป็นชุดที่ยากขึ้นหรือง่ายลง ส่วน Writing และ Speaking เป็นแบบเส้นตรงที่ทุกคนในชุดเดียวกันทำงานเหมือนกัน การทำช่วงแรกให้แม่นยำจึงสำคัญมาก เพราะมีผลต่อเพดานคะแนนของพาร์ทนั้น
สเกลคะแนน 1–6
ทุกพาร์ทได้คะแนนในสเกล 1–6 และคะแนนรวมเป็นค่าเฉลี่ยของสี่พาร์ท ปัดเป็นช่วงครึ่งแบนด์ที่ใกล้ที่สุด ตามข้อมูลการปรับสเกลของ ETS ช่วงสองปีหลังมกราคม 2026 จะมีคะแนนเทียบแบบเดิม 0–120 รายงานควบคู่ไปด้วย เพื่อให้สถาบันที่ยังใช้เกณฑ์เดิมเทียบได้ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน
โครงสร้างข้อสอบ TOEFL iBT ทั้ง 4 พาร์ท
ตารางนี้สรุปจากโครงสร้างข้อสอบที่ ETS เผยแพร่ จำนวนข้อและเวลาเป็นค่าโดยประมาณ เพราะ Reading และ Listening ปรับระดับตามคำตอบ จำนวนจริงของแต่ละคนจึงอาจต่างกันเล็กน้อย ใช้ตารางนี้เป็นภาพรวมสำหรับวางแผนการฝึก มากกว่าเป็นตัวเลขที่ต้องจำแบบตายตัว
| พาร์ท | จำนวนข้อโดยประมาณ | เวลาโดยประมาณ | ประเภทงาน |
|---|---|---|---|
| Reading | 50 | 30 นาที | Complete the Words, Read in Daily Life, Read an Academic Passage |
| Listening | 47 | 29 นาที | Listen and Choose a Response, Conversation, Announcement, Academic Talk |
| Writing | 12 | 23 นาที | Build a Sentence, Write an Email, Write for an Academic Discussion |
| Speaking | 11 | 8 นาที | Listen and Repeat, Take an Interview |
Reading และ Listening ฝึกอย่างไร
Reading
งาน Complete the Words ให้เติมตัวอักษรที่หายไปในคำ จึงต้องรู้จักคำศัพท์ในระดับการสะกด ไม่ใช่แค่จำความหมาย งาน Read in Daily Life ใช้ข้อความสั้นอย่างประกาศหรืออีเมล ส่วน Read an Academic Passage ยังเป็นบทความวิชาการ การฝึกอ่านข้อความหลายแบบจึงสำคัญกว่าการอ่านบทความยาวอย่างเดียว
Listening
งาน Listen and Choose a Response ให้ฟังประโยคสั้นแล้วเลือกคำตอบที่เหมาะสม ซึ่งวัดการเข้าใจบทสนทนาในชีวิตจริง ส่วนงานบทสนทนา ประกาศ และบรรยายวิชาการวัดการจับใจความที่ยาวขึ้น ควรฝึกฟังสำเนียงหลากหลายและฝึกจดคำสำคัญสั้น ๆ แทนการพยายามจดทุกคำ
Writing และ Speaking ฝึกอย่างไร
Writing
Build a Sentence วัดความแม่นยำของโครงสร้างประโยค Write an Email วัดการเขียนสื่อสารที่ชัดและน้ำเสียงเหมาะกับผู้รับ ส่วน Write for an Academic Discussion ให้แสดงความเห็นในกระทู้แบบวิชาการ การฝึกเขียนให้มีผู้อ่านตรวจจริงช่วยได้มาก เพราะข้อผิดพลาดซ้ำ ๆ มักมองไม่เห็นเมื่อตรวจงานตัวเอง
Speaking
พาร์ทพูดเหลือสองงาน คือ Listen and Repeat ที่ต้องฟังแล้วพูดตามให้ถูกต้อง และ Take an Interview ที่ต้องตอบคำถามแบบสัมภาษณ์ ใช้เวลารวมเพียงประมาณ 8 นาที จึงต้องตอบได้ทันทีโดยไม่มีเวลาเตรียมนาน ดูวิธีฝึกแบบละเอียดได้ที่ TOEFL Speaking ฝึกอย่างไร
ผู้สอบชาวไทยมักเสียคะแนนตรงไหน
- สะกดคำไม่แม่นในงาน Complete the Words
- ฟังประโยคสั้นในบทสนทนาจริงไม่ทัน
- เขียนอีเมลด้วยน้ำเสียงที่ไม่เหมาะกับผู้รับ
- พูดตามประโยคยาวได้ไม่ครบใน Listen and Repeat
- ตอบคำถามสัมภาษณ์สั้นเกินไปหรือหยุดคิดนาน
รายการนี้มาจากจุดที่ผู้เรียนชาวไทยมักติดในการฝึกภาษาอังกฤษโดยทั่วไป ไม่ใช่สถิติจาก ETS แต่ใช้เป็นจุดตั้งต้นในการตรวจตัวเองได้ดี ลองทำแบบฝึกตามรูปแบบใหม่หนึ่งชุด แล้วดูว่าคุณติดข้อใดมากที่สุด จากนั้นให้เวลาฝึกพาร์ทนั้นมากกว่าพาร์ทที่ทำได้ดีอยู่แล้ว
ขั้นตอนปรับแผนเตรียมตัวให้ตรงรูปแบบใหม่
- ตรวจว่าสถาบันที่จะยื่นใช้คะแนนสเกลใด และต้องการเท่าไร
- ทำแบบฝึกตามรูปแบบใหม่หนึ่งชุดเพื่อวัดระดับ
- เลือกพาร์ทที่อ่อนที่สุดเป็นจุดเริ่ม
- ฝึกงานแต่ละประเภทแยกกันก่อน แล้วจึงทำชุดเต็มแบบจับเวลา
- ทำข้อสอบจำลองซ้ำเป็นระยะเพื่อเทียบความคืบหน้า
ขั้นตอนนี้ใช้ได้ทั้งคนที่เริ่มเตรียมใหม่และคนที่เคยเตรียมด้วยรูปแบบเดิม หากเคยเตรียมมาแล้ว ทักษะภาษาส่วนใหญ่ยังใช้ได้ สิ่งที่ต้องปรับคือความคุ้นเคยกับประเภทงานใหม่และการบริหารเวลา ดูภาพรวมการเลือกคอร์สได้ที่ คอร์ส TOEFL เลือกอย่างไร
เตรียม TOEFLกับ Engduo ได้อย่างไร
Engduo เน้นการเรียนสดออนไลน์แบบตัวต่อตัวกับครูประจำ บทเรียนปรับตามคะแนนเป้าหมาย พาร์ทที่ยังเสียคะแนน และวันที่ต้องใช้ผล TOEFL ผู้เรียนเลือกครู Native หรือ Filipino ได้ เรียนผ่าน Google Meet หรือ Zoom ครั้งละ 30 หรือ 60 นาที ในช่วง 07:00–23:00 น. จึงเหมาะกับคนที่ต้องการให้ครูฟังคำตอบพูดและอ่านงานเขียนจริง แล้วแก้จุดอ่อนเฉพาะตัวอย่างต่อเนื่อง
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน ลองทำ Quick CEFR Test ของ Engduo เพื่อดูระดับเบื้องต้น แล้วติดต่อทีม Engduo พร้อมบอกสนามสอบ คะแนนเป้าหมาย และวันที่ต้องใช้ผล ทีมจะช่วยแนะนำแนวทางเรียนที่เหมาะ ทั้งนี้ผลคะแนนของแต่ละคนขึ้นอยู่กับระดับเริ่มต้น ความถี่ในการเรียน และการฝึกนอกคลาส การเรียนจึงไม่รับประกันคะแนนสอบแบบตายตัว

