การไปเดินช้อปปิ้งละลายทรัพย์ถือเป็นกิจกรรมภาคบังคับเวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศเลยใช่ไหมครับ แต่หลายครั้งเวลาเราเดินเข้าไปในร้านแล้วพนักงานฝรั่งปรี่เข้ามาทักทาย หลายคนมักจะเกิดอาการประหม่า ทำตัวไม่ถูก สุดท้ายก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วพูดว่า “No, thank you” ทั้งที่ในใจอยากจะถามหาไซส์เสื้อหรืออยากต่อราคาใจจะขาด
การ ซื้อของภาษาอังกฤษ (Shopping) ไม่ได้มีแค่การชี้ไปที่สินค้าแล้วถามว่า “How much?” เท่านั้นครับ แต่ยังรวมถึงการบอกความต้องการ การสอบถามเรื่องไซส์ การขอเปลี่ยนสินค้า และการชำระเงินในรูปแบบต่างๆ วันนี้ Engduo Thailand จะพาคุณมาติดอาวุธทางภาษา รวบรวมประโยคเด็ดที่สายช้อปต้องรู้ รับรองว่าทริปหน้าคุณจะช้อปปิ้งได้อย่างสนุกและได้ของถูกใจกลับมาแน่นอนครับ!
3 สเต็ป ซื้อของภาษาอังกฤษ ตั้งแต่เดินเข้าร้านจนถึงหน้าเคาน์เตอร์
เพื่อให้จำง่ายและนำไปใช้ได้ตามสถานการณ์จริง เรามาแบ่งขั้นตอนการช้อปปิ้งออกเป็น 3 สเต็ปหลักๆ ที่คุณต้องเจอแน่ๆ ครับ
สเต็ปที่ 1: เมื่อพนักงานเข้ามาทักทาย (Browsing & Greeting)
เวลาเราเดินเข้าร้าน พนักงานมักจะเข้ามาถามว่า “Can I help you?” (มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?) หรือ “Are you looking for anything in particular?” (กำลังมองหาสินค้าตัวไหนเป็นพิเศษไหมคะ?) เราสามารถตอบรับได้ดังนี้ครับ
ถ้าแค่เดินดูเฉยๆ: I am just looking, thank you. หรือ I am just browsing. (แค่ขอดูเฉยๆ ครับ ขอบคุณครับ)
ถ้ากำลังหาของอยู่: Yes, I am looking for a jacket. (ครับ ฉันกำลังหาเสื้อแจ็คเก็ตอยู่ครับ)
ถ้าหาของไม่เจอ: Could you tell me where the shoes are? (รบกวนบอกหน่อยได้ไหมครับว่าแผนกรองเท้าอยู่ตรงไหน?)
สเต็ปที่ 2: การสอบถามไซส์และขอลองเสื้อผ้า (Sizes & Fitting)
เมื่อได้ของที่ถูกใจแล้ว แต่ไซส์ยังไม่พอดี หรืออยากลองใส่ดูก่อน ให้ใช้ประโยคเหล่านี้ครับ
Do you have this in a smaller size? (คุณมีตัวนี้ไซส์เล็กกว่านี้ไหมครับ?)
Do you have this in medium? (คุณมีตัวนี้ไซส์ M ไหมครับ?)
Can I try this on? (ฉันขอลองตัวนี้ได้ไหมครับ?)
Where is the fitting room? (ห้องลองชุดอยู่ตรงไหนครับ?)
สเต็ปที่ 3: การชำระเงินและการต่อราคา (Paying & Bargaining)
เมื่อตกลงปลงใจจะซื้อ ก็ถึงเวลาไปจ่ายเงินครับ ถ้าไปซื้อของตามตลาดนัดหรือร้านค้าท้องถิ่น (Local markets) เราอาจจะลองต่อราคาดูได้ครับ
Where is the cashier? (แคชเชียร์อยู่ตรงไหนครับ?)
Do you take credit cards? (ที่นี่รับบัตรเครดิตไหมครับ?)
Can you give me a discount? (ลดราคาให้หน่อยได้ไหมครับ?)
Can you do a better price? (ให้ราคาดีกว่านี้ได้อีกไหมครับ?)
ตาราง: ประโยคถาม-ตอบเรื่องการเปลี่ยนและคืนสินค้า (Returns & Exchanges)
บางครั้งซื้อของมาแล้วเพิ่งพบว่ามีตำหนิ หรือใส่ไม่พอดี การจะนำของกลับไปเปลี่ยนที่ร้านต้องอาศัยการสื่อสารที่ชัดเจนครับ ตารางนี้รวบรวมประโยคเอาตัวรอดเวลาต้องนำของไปคืนหรือเปลี่ยนที่เคาน์เตอร์ครับ
| ความต้องการของคุณ (Your Request) | ประโยคภาษาอังกฤษที่ต้องใช้ (English Phrase) | สิ่งที่พนักงานอาจจะถามกลับ (Shop Assistant) |
| ต้องการคืนสินค้าเพื่อรับเงินคืน | I would like to return this, please. | Do you have the receipt? (คุณมีใบเสร็จไหมคะ?) |
| ต้องการเปลี่ยนไซส์หรือสี | I would like to exchange this for a different size. | What size are you looking for? (คุณรับไซส์อะไรดีคะ?) |
| แจ้งว่าสินค้ามีตำหนิหรือชำรุด | There is a flaw in this item. / It is damaged. | Would you like a refund or an exchange? (คุณต้องการรับเงินคืนหรือเปลี่ยนชิ้นใหม่คะ?) |
| สินค้าใช้งานไม่ได้ (พวกเครื่องใช้ไฟฟ้า) | It does not work. | Let me check that for you. (เดี๋ยวฉันขอตรวจสอบให้ก่อนนะคะ) |
คำศัพท์บนป้ายเซลล์ (Sale Tags) ที่สายช้อปต้องรู้
เวลาเดินผ่านหน้าร้านแล้วเห็นป้ายสีแดงๆ อย่าเพิ่งพุ่งตัวเข้าไปครับ ลองสังเกตคำศัพท์เหล่านี้ดูก่อน จะได้ไม่พลาดเงื่อนไขของทางร้านครับ
Buy one get one free (BOGO): ซื้อ 1 แถม 1
Up to 50% off: ลดราคาสูงสุด 50% (แปลว่าไม่ได้ลดครึ่งราคาทุกชิ้นนะครับ อาจจะมีแค่บางชิ้นที่ลดถึง 50%)
Clearance sale: ลดล้างสต๊อก (มักจะเป็นสินค้าที่ตกรุ่นแล้ว และมักจะไม่รับเปลี่ยนคืนครับ)
Out of stock: สินค้าหมดชั่วคราว
Non-refundable: ไม่รับคืนเงินในทุกกรณี
อัปสกิลภาษาอังกฤษเพื่อการใช้งานจริงกับ Engduo
ทักษะการ ซื้อของภาษาอังกฤษ ถือเป็นส่วนหนึ่งของภาษาอังกฤษเพื่อการเอาตัวรอด (Survival English) ที่จำเป็นมากครับ การท่องจำประโยคเป็นสิ่งที่ดี แต่ในสถานการณ์จริงที่พนักงานอาจจะพูดรัวและเร็ว การมีทักษะการฟังที่ดีและการโต้ตอบที่เป็นธรรมชาติคือตัวช่วยที่ดีที่สุด
ที่ Engduo Thailand เรามีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัวที่เน้นการสนทนาในชีวิตประจำวัน เราจำลองสถานการณ์ต่างๆ ตั้งแต่การซื้อของ การสั่งอาหาร ไปจนถึงการเดินทาง เพื่อให้คุณคุ้นเคยกับสำเนียงและการใช้คำศัพท์แบบเจ้าของภาษา คุณจะได้ฝึกพูดอย่างเต็มที่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย หมดความกังวลเรื่องความกลัวที่จะพูดผิดครับ
มั่นใจในมาตรฐานระดับสากลกับ Engduo (EEAT)
Engduo Thailand ดำเนินงานโดย บริษัท เอจี เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เรามีความภาคภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้เรียนกว่า 50,000 คน ไม่ว่าเป้าหมายของคุณคือการสื่อสารเพื่อการท่องเที่ยว การนำเสนองาน หรือการเจรจาธุรกิจระดับสากล เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลคุณตลอดเส้นทางการเรียนรู้
เพื่อเป็นการรักษามาตรฐานการสอนและคุณภาพของครูผู้สอนในทุกๆ คลาสเรียน ทาง Engduo จึงไม่มีนโยบายการให้ทดลองเรียนฟรีครับ ทรัพยากรและเวลาทั้งหมดของทีมงานถูกมุ่งเน้นไปที่การดูแลนักเรียนที่ตัดสินใจเริ่มต้นพัฒนาตัวเองกับเราอย่างเต็มที่ 100% อย่างไรก็ตาม ทีม Personal Consultant ของเราพร้อมให้คำปรึกษา ประเมินระดับภาษา และออกแบบหลักสูตรที่ตรงกับเป้าหมายของคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้คุณมั่นใจว่าทุกการลงทุนกับเราจะสร้างความคุ้มค่าสูงสุดครับ
อย่าปล่อยให้กำแพงภาษาทำให้ความสนุกในการช้อปปิ้งของคุณลดลง มาติดอาวุธความมั่นใจในการสื่อสารภาษาอังกฤษกับ Engduo ทักหาทีมงานของเราเพื่อสอบถามรายละเอียดแพ็กเกจที่เหมาะกับคุณได้เลยครับ!
สนใจอัปเกรดภาษาอังกฤษ เจอกันที่ Engduo Thailand (บริษัท เอจี เอ็ดดูเคชั่น จำกัด)
- ที่อยู่: 72/47 หมู่ที่ 4 ตำบลศาลากลาง อำเภอบางกรวย จ.นนทบุรี 11130
- เบอร์โทรศัพท์: 099-217-0880, 098-826-8961
- เว็บไซต์: https://engduothailand.com/
- Line Official: @engduo
- Facebook: Engduo Thailand เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ตัวต่อตัว
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
-
“จ่ายด้วยเงินสด” หรือ “จ่ายด้วยบัตร” พูดอย่างไร?
เวลาชำระเงิน ให้จำบุพบทง่ายๆ ครับ ถ้าจ่ายด้วยเงินสดใช้คำว่า in cash เช่น I will pay in cash. แต่ถ้าจ่ายด้วยบัตรเครดิตจะใช้คำว่า by credit card เช่น I will pay by credit card. ครับ
-
อยากถามว่า “ชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่” นอกจาก How much แล้วใช้อะไรได้บ้าง?
นอกจาก How much is this? แล้ว คุณสามารถใช้ประโยคว่า What is the price of this item? (สินค้าราคาเท่าไหร่ครับ?) หรือ How much does it cost? (มันราคาเท่าไหร่ครับ?) ก็ได้เช่นกันครับ ฟังดูเป็นธรรมชาติและสุภาพมาก
-
คำว่า Receipt กับ Invoice ต่างกันอย่างไร?
Receipt (รี-ซีท) คือ “ใบเสร็จรับเงิน” ทั่วไปที่เราได้จากแคชเชียร์หลังจากจ่ายเงินเสร็จแล้วครับ ส่วน Invoice (อิน-วอยซ์) คือ “ใบแจ้งหนี้” หรือใบกำกับสินค้าที่มักใช้ในการซื้อขายระหว่างธุรกิจ ซึ่งจะมีการแจกแจงรายละเอียดและภาษีที่ชัดเจนกว่าครับ
-
อยากบอกว่า “ของชิ้นนี้แพงเกินไป” พูดแบบสุภาพอย่างไร?
การพูดว่า It is too expensive. ตรงๆ อาจจะฟังดูห้วนไปนิดนึงครับ ลองเปลี่ยนมาใช้คำว่า It is a bit over my budget. (มันค่อนข้างเกินงบที่ตั้งไว้ไปหน่อยครับ) หรือ It is slightly out of my price range. (มันเกินช่วงราคาที่ฉันสู้ไหวไปนิดนึงครับ) จะฟังดูถ่อมตัวและนุ่มนวลกว่าครับ
-
คำว่า Fitting room กับ Changing room ต่างกันไหม?
ความหมายเดียวกันเป๊ะเลยครับ แปลว่า “ห้องลองชุด” ทั้งคู่ เพียงแต่ Fitting room มักจะเป็นคำที่ชาวอเมริกันนิยมใช้ ในขณะที่ Changing room จะเป็นคำที่ชาวอังกฤษหรือฝั่งยุโรปคุ้นเคยมากกว่าครับ ใช้คำไหนพนักงานก็เข้าใจแน่นอนครับ
References
- Cambridge Dictionary Blog. (n.d.). Let’s go shopping! (Shopping vocabulary). Retrieved from https://dictionaryblog.cambridge.org/2018/11/28/lets-go-shopping-shopping-vocabulary/ EnglishClub. (2025).
- Shopping Vocabulary. Retrieved from https://www.englishclub.com/vocabulary/shopping.php

