คำศัพท์ภาษาอังกฤษออกสอบจำได้ดีที่สุดเมื่อเรียนจากบริบทและทบทวนเป็นระยะ ไม่ใช่ท่องรายการคำทีละหลายร้อยคำ เลือกคำจากบทอ่านที่เจอจริง จดพร้อมประโยคและคำที่มักใช้ร่วมกัน แล้วทบทวนซ้ำตามช่วงเวลาที่ห่างขึ้นเรื่อย ๆ
นักเรียนจำนวนมากใช้เวลากับการท่องศัพท์มากที่สุดในการเตรียมสอบ แต่จำได้ไม่นานและใช้ไม่ได้จริงในข้อสอบ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความพยายาม แต่อยู่ที่วิธีเรียน บทความนี้อธิบายวิธีเลือกคำ วิธีจด วิธีทบทวน และวิธีเดาความหมายเมื่อเจอคำที่ไม่รู้ในห้องสอบ
ทำไมท่องศัพท์แล้วลืม
การท่องคำกับความหมายเป็นคู่ ๆ ทำให้จำได้ในระยะสั้น แต่สมองไม่มีบริบทให้ยึดเกาะ เมื่อไม่ได้ทบทวนก็ลืมไปภายในไม่กี่วัน นอกจากนี้ข้อสอบส่วนใหญ่ไม่ได้ถามความหมายตรง ๆ แต่ถามว่าคำใดเหมาะกับบริบทของประโยค ความรู้ความหมายเดี่ยวจึงไม่พอสำหรับการตอบให้ถูก
อีกสาเหตุคือการเรียนคำใหม่จำนวนมากในคราวเดียวแล้วไม่กลับมาทบทวน ความจำที่ไม่ถูกเรียกใช้จะค่อย ๆ จางลง การทบทวนซ้ำในช่วงเวลาที่เหมาะสมจึงสำคัญกว่าจำนวนคำที่เรียนในแต่ละวัน และทำให้เวลาที่ใช้ท่องศัพท์คุ้มค่ามากขึ้น
เลือกคำศัพท์อะไรมาจำ
ไม่ใช่ทุกคำที่คุ้มค่าจะจำ คำที่ควรให้ความสำคัญคือคำที่พบบ่อยในข้อสอบที่จะสอบ และคำที่คุณเจอแล้วไม่รู้ความหมายระหว่างฝึกทำข้อสอบจริง คำเหล่านี้มีโอกาสกลับมาเจออีกมากกว่าคำหายากในรายการคำศัพท์ทั่วไป
คำที่เจอซ้ำในข้อสอบที่ฝึก
จดทุกคำที่ไม่รู้จากข้อสอบเก่าและบทอ่านที่ฝึก ถ้าคำใดปรากฏซ้ำหลายครั้ง แสดงว่าเป็นคำสำคัญที่ควรจำให้ได้ วิธีนี้ทำให้คลังคำศัพท์ตรงกับข้อสอบที่จะเจอจริง และยังได้ประโยคตัวอย่างจากบริบทข้อสอบมาด้วย ซึ่งช่วยให้จำการใช้งานได้ดีกว่า
ระดับคำศัพท์ตามกรอบ CEFR
กรอบ CEFR ของCouncil of Europe แบ่งความสามารถทางภาษาเป็นระดับตั้งแต่ A1 ถึง C2 การรู้ระดับของตัวเองช่วยเลือกคำศัพท์ที่เหมาะ ผู้ที่อยู่ระดับกลางควรเน้นคำที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวันและบทความทั่วไปก่อน แล้วค่อยขยายไปสู่คำศัพท์เชิงวิชาการเมื่อพื้นฐานแน่นขึ้น
วิธีจดคำศัพท์ให้ใช้ได้จริง
การจดคำศัพท์ที่ดีควรเก็บข้อมูลมากกว่าความหมาย เพื่อให้รู้ว่าคำนั้นใช้อย่างไรในประโยคจริง ตารางนี้แสดงตัวอย่างการจดคำศัพท์หนึ่งคำแบบครบถ้วน ใช้เป็นแม่แบบได้ทั้งในสมุดและในแอปบัตรคำ
| ช่องที่จด | ตัวอย่าง | ทำไมสำคัญ |
|---|---|---|
| คำศัพท์ | significant | คำที่ต้องการจำ |
| ความหมายในบริบท | สำคัญหรือมีนัยสำคัญ | ความหมายตามที่ใช้ในบทอ่านนั้น |
| ประโยคจากบทอ่าน | There was a significant increase in sales. | เห็นการใช้งานจริง |
| คำที่มักใช้ร่วมกัน | a significant difference / role | ช่วยเติมคำในข้อสอบได้แม่น |
| รูปคำอื่น | significance, significantly | ใช้ได้หลายตำแหน่งในประโยค |
ทบทวนแบบเว้นระยะ
การทบทวนแบบเว้นระยะคือการกลับมาทบทวนคำเดิมโดยเว้นช่วงห่างขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่นึกความหมายได้ ความจำจะแข็งแรงขึ้นและอยู่ได้นานขึ้น ตารางทบทวนที่ใช้ได้ง่ายมีดังนี้ ปรับช่วงได้ตามเวลาที่มี แต่ควรรักษาหลักการเว้นระยะให้ห่างขึ้นทุกรอบ
- ทบทวนครั้งแรกในวันถัดไป
- ทบทวนอีกครั้งหลังสามวัน
- ทบทวนหลังหนึ่งสัปดาห์
- ทบทวนหลังสองสัปดาห์
- ทบทวนหลังหนึ่งเดือน แล้วย้ายคำที่จำได้แล้วออก
ใช้แอปหรือบัตรคำ
แอปที่มีระบบทบทวนแบบเว้นระยะช่วยจัดรอบให้อัตโนมัติ ส่วนบัตรคำกระดาษก็ใช้ได้ดีถ้าแยกกองตามรอบทบทวน สิ่งสำคัญคือด้านหลังของบัตรควรมีประโยคตัวอย่างและคำที่มักใช้ร่วมกัน ไม่ใช่แค่ความหมาย เพื่อให้ทุกครั้งที่ทบทวนได้ฝึกการใช้งานไปด้วย
คำศัพท์แยกตามประเภทข้อสอบ
TGAT1 และ A-Level ภาษาอังกฤษ
ข้อสอบในระบบ TCAS ใช้ข้อความในชีวิตประจำวัน โฆษณา รีวิว ข่าว และบทความทั่วไป คำศัพท์จึงเน้นคำที่ใช้บ่อยในบริบทเหล่านี้ และสำนวนในบทสนทนา การฝึกอ่านจากข้อสอบเก่าและสื่อจริงประเภทเดียวกันช่วยได้มาก ดูโครงสร้างข้อสอบได้ที่mytcas
IELTS และ TOEFL
ข้อสอบมาตรฐานสำหรับเรียนต่อใช้คำศัพท์เชิงวิชาการมากกว่า และต้องใช้คำศัพท์ในการพูดและเขียนด้วย ไม่ใช่แค่จำได้เมื่ออ่าน การฝึกใช้คำใหม่ในประโยคของตัวเองทั้งการพูดและการเขียน จึงสำคัญกว่าการจำความหมายเพียงอย่างเดียว
เดาความหมายจากบริบทเมื่อเจอคำที่ไม่รู้
ไม่มีใครรู้ทุกคำในข้อสอบ ทักษะการเดาความหมายจากบริบทจึงสำคัญไม่แพ้การจำศัพท์ ลองสังเกตสัญญาณต่อไปนี้รอบคำที่ไม่รู้ แล้วเลือกความหมายที่สอดคล้องกับใจความของประโยคและย่อหน้าโดยรวม
- คำเชื่อมที่บอกความขัดแย้ง เช่น however และ although
- คำเชื่อมที่บอกเหตุผล เช่น because และ therefore
- ตัวอย่างหรือคำอธิบายที่ตามมาหลังคำนั้น
- น้ำเสียงของประโยคว่าบวกหรือลบ
ใช้รากศัพท์และคำเติมหน้าหลัง
คำเติมหน้าอย่าง un- dis- และ mis- มักบอกความหมายตรงข้ามหรือผิด ส่วนคำเติมหลังอย่าง -tion -ment และ -ly บอกชนิดของคำ การรู้ส่วนประกอบของคำช่วยเดาความหมายและเลือกรูปคำที่ถูกตำแหน่งในประโยคได้ ซึ่งมีประโยชน์มากในข้อสอบเติมคำ
ฝึกใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษให้คล่องกับ Engduo
Engduo เน้นการเรียนสดออนไลน์แบบตัวต่อตัวกับครูประจำ ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะฟัง อ่าน ไวยากรณ์ และการพูดที่ใช้ในคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ได้ตรงจุด ผู้เรียนเลือกครู Native หรือ Filipino ได้ เรียนผ่าน Google Meet หรือ Zoom ครั้งละ 30 หรือ 60 นาที ในช่วง 07:00–23:00 น. ทีมงานช่วยประเมินได้ว่าการเรียนแบบนี้เหมาะกับเป้าหมายและระยะเวลาที่คุณมีหรือไม่
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน ลองทำ Quick CEFR Test ของ Engduo เพื่อดูระดับเบื้องต้น แล้วติดต่อทีม Engduo พร้อมบอกสนามสอบ คะแนนเป้าหมาย และวันที่ต้องใช้ผล ทีมจะช่วยแนะนำแนวทางเรียนที่เหมาะ ทั้งนี้ผลคะแนนของแต่ละคนขึ้นอยู่กับระดับเริ่มต้น ความถี่ในการเรียน และการฝึกนอกคลาส การเรียนจึงไม่รับประกันคะแนนสอบแบบตายตัว

