สั่งอาหารภาษาอังกฤษ ให้เป๊ะปัง! รวมประโยคเด็ดตั้งแต่จองโต๊ะยันเช็คบิล เลิกชี้เมนูแล้วบอก This one!

สั่งอาหารภาษาอังกฤษ

เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ หรือเข้าร้านอาหารหรูๆ ที่พนักงานเป็นชาวต่างชาติ หลายคนอาจจะเกิดอาการประหม่าเวลาต้อง สั่งอาหารภาษาอังกฤษ (Ordering food) จนสุดท้ายก็จบลงด้วยการชี้ไปที่รูปในเมนูแล้วยิ้มแห้งๆ พร้อมพูดว่า “This one, please!” ซึ่งมันก็พอเอาตัวรอดไปได้ในมื้อนั้นครับ แต่มันคงจะดีกว่ามากถ้าเราสามารถสื่อสารเพื่อสั่งอาหาร ปรับแต่งรสชาติ หรือแม้แต่สอบถามเมนูแนะนำของร้านได้อย่างมั่นใจเหมือนเจ้าของภาษา

การสั่งอาหารเป็นหนึ่งในทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการเอาตัวรอด (Survival English) ที่จำเป็นและถูกนำมาใช้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันครับ วันนี้ Engduo Thailand จะพาคุณไปจำลองสถานการณ์จริงในร้านอาหาร รวบรวมประโยคเด็ดตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าร้านไปจนถึงตอนจ่ายเงิน พร้อมคำศัพท์เกี่ยวกับรสชาติและอาการแพ้อาหาร เพื่อให้คุณเอ็นจอยกับมื้ออร่อยได้อย่างไร้ความกังวลครับ!

4 ขั้นตอนการ สั่งอาหารภาษาอังกฤษ ระดับมือโปร

มาดูลำดับเหตุการณ์ปกติเวลาเราไปทานอาหารที่ร้านกันครับ หากเราเตรียมตัวไปตาม 4 สเต็ปนี้ รับรองว่าไม่มีสะดุดแน่นอน

1. การจองโต๊ะและการต้อนรับ (Greeting & Seating)

เมื่อเดินเข้าไปในร้าน พนักงานมักจะถามว่าเรามากี่ท่าน หรือได้ทำการจองไว้ไหม เราสามารถตอบได้ง่ายๆ ดังนี้ครับ:

A table for two, please. (ขอโต๊ะสำหรับ 2 ท่านครับ)

I have a reservation under the name… (ฉันจองโต๊ะไว้ในชื่อ…)

Do you have any free tables? (พอจะมีโต๊ะว่างไหมครับ?)

2. การขอเมนูและการสั่งอาหาร (Asking for Menu & Ordering)

เมื่อนั่งโต๊ะเรียบร้อย ก็ถึงเวลาขอดูเมนูและสั่งอาหารครับ พนักงานมักจะถามว่า “Are you ready to order?” (พร้อมสั่งหรือยังครับ?) เราสามารถตอบและสั่งอาหารได้เลย:

Could we have the menu, please? (ขอเมนูหน่อยได้ไหมครับ?)

I would like to have the spaghetti. (ฉันขอสั่งสปาเก็ตตี้ครับ)

Can I get a cheeseburger, please? (ขอชีสเบอร์เกอร์ 1 ชิ้นครับ)

What do you recommend? (คุณมีเมนูอะไรแนะนำบ้างไหมครับ?)

3. การปรับแต่งอาหารและแจ้งการแพ้ (Customization & Allergies)

เรื่องนี้สำคัญมากครับ! ใครไม่กินเผ็ด แพ้ถั่ว หรืออยากให้แยกน้ำจิ้ม ต้องรู้ประโยคเหล่านี้เอาไว้เพื่อความปลอดภัยและรสชาติที่ถูกปาก

Can you make it less spicy? (ทำแบบเผ็ดน้อยได้ไหมครับ?)

I am allergic to peanuts. (ฉันแพ้ถั่วลิสงครับ)

Can I have the dressing on the side? (ขอน้ำสลัดแยกมาต่างหากได้ไหมครับ?)

No onions, please. (ไม่ใส่หัวหอมนะครับ)

4. การเรียกเก็บเงิน (Asking for the Bill)

เมื่อทานเสร็จแล้ว ต้องการเช็คบิล ให้สบตาพนักงาน ยกมือขึ้นเล็กน้อย แล้วพูดประโยคคลาสสิกเหล่านี้ครับ:

Can I have the bill, please? (สไตล์บริติช) หรือ Can I have the check, please? (สไตล์อเมริกัน) แปลว่า รบกวนเก็บเงินด้วยครับ

Do you accept credit cards? (ที่นี่รับบัตรเครดิตไหมครับ?)

Keep the change. (ไม่ต้องทอนครับ ใช้พูดเวลาต้องการให้ทิปพนักงาน)

ตาราง: รวมประโยคสนทนา สั่งอาหารภาษาอังกฤษ (Customer vs Waiter)

เพื่อให้เห็นภาพการโต้ตอบที่ชัดเจนขึ้น ลองมาดูตารางเปรียบเทียบประโยคที่พนักงานมักจะถาม และวิธีที่เราควรตอบกลับให้ดูเป็นธรรมชาติกันครับ

พนักงานเสิร์ฟถาม (Waiter/Waitress) ลูกค้าตอบกลับ (Customer) สถานการณ์ (Situation)
Would you like something to drink? (รับเครื่องดื่มอะไรดีครับ?) I will have a glass of water, please. (ขอน้ำเปล่าแก้วหนึ่งครับ) สั่งเครื่องดื่มก่อนเริ่มมื้ออาหาร
Are you ready to order? (พร้อมสั่งอาหารหรือยังครับ?) Yes, I will take the steak. (พร้อมครับ ขอสั่งสเต็กครับ) เริ่มสั่งอาหารจานหลัก
How would you like your steak done? (รับสเต็กสุกระดับไหนดีครับ?) Medium rare, please. (ขอสุกระดับมีเดียมแรร์ครับ) เลือกระดับความสุกของเนื้อ
Is everything okay? (อาหารรสชาติโอเคไหมครับ?) Yes, it is delicious! (โอเคครับ อร่อยมากเลย!) พนักงานเข้ามาเช็กระหว่างทาน
Would you like any dessert? (รับของหวานเพิ่มไหมครับ?) No, thank you. Just the bill, please. (ไม่รับครับ รบกวนเช็คบิลเลยครับ) สั่งของหวานหรือเตรียมจ่ายเงิน

อัปสกิลภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันกับ Engduo

การรู้ประโยค สั่งอาหารภาษาอังกฤษ คือทักษะเอาตัวรอดที่ทำให้การเดินทางของคุณสนุกและราบรื่นขึ้นมากครับ แต่ในสถานการณ์จริง พนักงานอาจจะพูดเร็ว ใช้สำเนียงท้องถิ่น หรือถามคำถามนอกเหนือจากที่เราท่องจำมา การฝึกฝนให้เกิดความคุ้นเคยกับการฟังและการตอบโต้แบบกะทันหันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ที่ Engduo Thailand เรามีหลักสูตรการเรียนแบบตัวต่อตัวที่เน้นจำลองสถานการณ์จริง (Practical Conversation) คุณจะได้ฝึกพูดโต้ตอบในบริบทร้านอาหาร การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น อาหารมาผิดโต๊ะ หรือเจอสิ่งแปลกปลอมในอาหาร พร้อมทั้งฝึกการฟังสำเนียงที่หลากหลาย และปรับการออกเสียงให้เป็นธรรมชาติ เพื่อให้คุณมีความมั่นใจเต็มร้อยเมื่อต้องใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตจริง

มั่นใจในมาตรฐานระดับสากลกับ Engduo (EEAT)

Engduo Thailand ภายใต้การบริหารของ บริษัท เอจี เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นสถาบันที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้เรียนกว่า 50,000 คน ที่ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าหลักสูตรของเราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงานได้จริงและเห็นผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว

เพื่อเป็นการรักษามาตรฐานคุณภาพการสอนขั้นสูงสุด และมุ่งเน้นการมอบเวลาอันมีค่าของทีมครูผู้สอนให้แก่นักเรียนที่ตั้งใจเรียนอย่างเต็มประสิทธิภาพ ทางสถาบันจึงไม่มีนโยบายการทดลองเรียนฟรีครับ อย่างไรก็ตาม เรามีทีมที่ปรึกษาด้านการศึกษาที่พร้อมให้คำแนะนำ ประเมินจุดอ่อนจุดแข็งของภาษา และวางแผนหลักสูตรให้ตรงกับเป้าหมายของคุณโดยเฉพาะแบบไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้การลงทุนด้านการศึกษาของคุณกับเราเกิดความคุ้มค่าและนำไปสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริงครับ

พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิต เลิกกลัวการพูดภาษาอังกฤษ

มาเปลี่ยนตัวคุณให้กล้าสื่อสารและสนุกกับการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้นกับ Engduo ทักหาทีมงานของเราวันนี้ เพื่อรับคำแนะนำแพ็กเกจการเรียนที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณที่สุดครับ!

ชื่อสถาบัน: Engduo Thailand (บริษัท เอจี เอ็ดดูเคชั่น จำกัด)

ที่อยู่: 72/47 หมู่ที่ 4 ตำบลศาลากลาง อำเภอบางกรวย จ.นนทบุรี 11130

เบอร์โทรศัพท์: 099-217-0880, 098-826-8961

เว็บไซต์: https://engduothailand.com/

Line Official: @engduo

Facebook: Engduo Thailand เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ตัวต่อตัว

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. อยากสั่งกลับบ้าน ต้องพูดว่าอย่างไร?

    ถ้าคุณต้องการสั่งอาหารแบบกลับไปทานที่บ้าน ในอเมริกามักจะพูดว่า “To go, please” หรือ “For takeout” แต่ถ้าเป็นฝั่งอังกฤษหรือออสเตรเลีย มักจะใช้คำว่า “Takeaway” ครับ ตัวอย่างเช่น I would like a cappuccino to go, please.

  2. I want… กับ I would like… ต่างกันอย่างไร?

    ทั้งสองประโยคแปลว่า “ฉันต้องการ” เหมือนกันครับ แต่ “I would like…” หรือรูปย่อ I’d like… จะมีความสุภาพและให้เกียรติผู้ฟังมากกว่าเยอะครับ เวลาสั่งอาหารแนะนำให้หลีกเลี่ยงคำว่า I want และเปลี่ยนมาใช้ I would like… หรือ I will have… จะดีที่สุดครับ

  3. ห่ออาหารที่เหลือกลับบ้าน พูดว่าอย่างไร?

    ถ้าทานไม่หมดแล้วอยากให้พนักงานห่อกลับ สามารถพูดได้ว่า “Could you wrap this up for me, please?” หรือ “Can I get a box for this, please?” ครับ สมัยก่อนอาจจะนิยมใช้คำว่า Doggy bag แต่ปัจจุบันอาจฟังดูไม่ค่อยทันสมัยเท่าไหร่แล้วครับ

  4. เครื่องเคียง ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร?

    เครื่องเคียงจำพวกมันบด เฟรนช์ฟรายส์ หรือสลัดถ้วยเล็กๆ ที่เรามักสั่งมาทานคู่กับอาหารจานหลัก เราเรียกว่า “Side dish” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “Sides” ครับ

  5. น้ำเปล่าแบบไม่แช่เย็น สั่งอย่างไร?

    ถ้าคุณต้องการน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ใส่น้ำแข็ง ให้พูดว่า “Room temperature water, please” หรือพูดง่ายๆ ว่า “No ice, please” ก็ได้ครับ นอกจากนี้ในต่างประเทศ ถ้าน้ำที่เสิร์ฟฟรีจากก๊อก จะเรียกว่า Tap water ส่วนน้ำขวดที่เสียเงินจะเรียกว่า Bottled water ครับ

References