จองโรงแรมภาษาอังกฤษ ให้ได้ห้องเป๊ะ! ประโยคฮิตและคำศัพท์จำง่าย เลิกเกร็งเวลาโทรจอง

จองโรงแรมภาษาอังกฤษ

เวลาวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ การจองที่พักถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ เลยใช่ไหมครับ? หลายคนอาจจะสะดวกจองผ่านแอปพลิเคชันเพราะแค่กดจิ้มๆ ก็เสร็จเรียบร้อย แต่เชื่อเถอะครับว่าในหลายสถานการณ์ เราอาจมีความจำเป็นต้องพิมพ์อีเมลไปสอบถาม หรือแม้กระทั่งยกหูโทรศัพท์โทรไปคุยกับพนักงานโรงแรมโดยตรง เช่น การขอเตียงเสริม การแจ้งขอเช็คอินก่อนเวลา หรือสอบถามเรื่องรถรับส่งจากสนามบิน

ถ้าคุณยังรู้สึกประหม่าเวลาต้องคุยเรื่องที่พักเป็นภาษาอังกฤษ กลัวว่าจะสื่อสารผิดจนได้ห้องเตียงเดี่ยวแทนที่จะเป็นเตียงคู่ วันนี้ Engduo Thailand จะพาคุณมาแกะรอยประโยค จองโรงแรมภาษาอังกฤษ (Hotel Booking) สรุปคำศัพท์ประเภทห้องพัก และรวมประโยคเด็ดที่คุณสามารถนำไปใช้พูดหรือเขียนอีเมลได้อย่างมืออาชีพ รับรองว่าทริปหน้าของคุณจะราบรื่น ไม่มีสะดุดตั้งแต่เริ่มเช็คอินครับ!

คำศัพท์ประเภทห้องพักและเตียงนอน (Room & Bed Types)

ปัญหาโลกแตกที่นักท่องเที่ยวชาวไทยมักเจอ คือการสับสนระหว่างประเภทของเตียงนอนครับ มาเคลียร์ความเข้าใจกันก่อนเลย เพื่อไม่ให้เปิดประตูห้องไปแล้วต้องตกใจ

ประเภทของเตียงนอน (Bed Types)

  • Single Bed: เตียงเดี่ยวขนาดเล็ก (นอนได้ 1 คน)

  • Double Bed: เตียงใหญ่เตียงเดียว (นอนได้ 2 คน เช่น ไซส์ Queen หรือ King)

  • Twin Beds: เตียงเดี่ยว 2 เตียงแยกกัน (นอนได้ 2 คนแบบไม่เบียดกัน)

  • Extra Bed: เตียงเสริม (สำหรับกรณีมา 3 คนแล้วต้องการเสริมเตียงในห้องเดิม)

ประเภทของห้องพัก (Room Types)

  • Standard Room: ห้องพักขนาดมาตรฐาน (ราคาประหยัดที่สุด)

  • Superior / Deluxe Room: ห้องพักที่อัปเกรดขึ้นมา ขนาดกว้างขึ้นหรือวิวสวยขึ้น

  • Suite: ห้องสวีท (ห้องขนาดใหญ่ มักมีการแยกโซนห้องนั่งเล่นและห้องนอนชัดเจน)

  • Connecting Rooms: ห้องพักที่มีประตูเปิดเชื่อมถึงกันได้ (เหมาะสำหรับครอบครัว)

ประโยคฮิตสำหรับ จองโรงแรมภาษาอังกฤษ ผ่านโทรศัพท์หรืออีเมล

การเริ่มต้นบทสนทนาเพื่อขอจองห้องพัก ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิดครับ เราสามารถใช้โครงสร้างประโยคเหล่านี้เพื่อระบุความต้องการของเราได้อย่างชัดเจน

ประโยคสำหรับเริ่มต้นขอจองห้องพัก:

I would like to book a room for two people. (ฉันต้องการจองห้องพักสำหรับ 2 ท่านครับ)

Do you have any rooms available for the 15th of November? (คุณมีห้องว่างสำหรับวันที่ 15 พฤศจิกายนไหมครับ?)

I need a double room for three nights. (ฉันต้องการห้องพักเตียงใหญ่ 1 ห้อง เป็นเวลา 3 คืนครับ)

ประโยคสำหรับสอบถามราคาและรายละเอียด:

How much is the rate per night? (ราคาห้องพักคืนละเท่าไหร่ครับ?)

Is breakfast included in the price? (ราคานี้รวมอาหารเช้าหรือยังครับ?)

Do you require a deposit? (ทางโรงแรมต้องเก็บเงินมัดจำล่วงหน้าไหมครับ?)

ตาราง: รวมประโยค “คำขอพิเศษ” เวลาจองที่พัก (Special Requests)

บ่อยครั้งที่เรามีความต้องการเพิ่มเติมที่ไม่ได้ระบุไว้ในระบบการจองปกติ ตารางนี้รวบรวมประโยคขอความช่วยเหลือพิเศษ (Special Requests) ที่รับรองว่าได้ใช้ประโยชน์แน่นอนครับ

ความต้องการ (Your Request) ประโยคภาษาอังกฤษที่ควรใช้ (English Phrase) สถานการณ์ที่ใช้ (Situation)
ขอเช็คอินก่อนเวลา Could I request an early check-in, please? เมื่อคุณเดินทางไปถึงโรงแรมก่อนเวลาบ่าย 2
ขอเช็คเอาท์สายกว่าปกติ Is it possible to have a late check-out? เมื่อคุณต้องการพักในห้องต่ออีกนิดก่อนเดินทางกลับ
ขอห้องพักชั้นบนๆ I would like to request a room on a higher floor. เมื่อคุณต้องการวิวสวยๆ และหลีกเลี่ยงเสียงรบกวนชั้นล่าง
สอบถามรถรับส่งสนามบิน Do you offer an airport shuttle service? เมื่อต้องการให้โรงแรมส่งรถมารับที่สนามบิน
ขอห้องสำหรับผู้ไม่สูบบุหรี่ We would like a non-smoking room, please. เพื่อให้แน่ใจว่าห้องจะไม่มีกลิ่นบุหรี่รบกวน

ตอนเช็คอินและเช็คเอาท์ ต้องพูดอย่างไร? (Check-in & Check-out)

เมื่อคุณเดินทางไปถึงหน้าเคาน์เตอร์โรงแรม (Front Desk หรือ Reception) นี่คือประโยคเอาตัวรอดที่คุณต้องเจอและต้องตอบครับ

ตอนเช็คอิน (Check-in):

คุณพูด: Hello, I have a reservation under the name John. (สวัสดีครับ ฉันจองห้องพักไว้ในชื่อจอห์น)

พนักงานอาจถาม: May I have your passport and booking confirmation, please? (ขอพาสปอร์ตและใบยืนยันการจองด้วยครับ)

พนักงานอาจถาม: Could you please fill out this registration form? (รบกวนกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนนี้ด้วยครับ)

ตอนเช็คเอาท์ (Check-out):

คุณพูด: I would like to check out, please. Room 402. (ต้องการเช็คเอาท์ครับ ห้อง 402)

พนักงานอาจถาม: Did you use anything from the minibar? (คุณได้ทานของในมินิบาร์บ้างไหมครับ?)

คุณตอบ: No, I didn’t. (ไม่ได้ทานครับ) หรือ Yes, I had a bottle of water. (ทานครับ ดื่มน้ำเปล่าไป 1 ขวด)

เตรียมตัวเที่ยวอย่างมั่นใจ อัปสกิลภาษาอังกฤษกับ Engduo

การเตรียมประโยค จองโรงแรมภาษาอังกฤษ ไว้ล่วงหน้า จะช่วยลดความประหม่าเวลาเดินทางได้มากครับ แต่ถ้าคุณต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง เช่น แอร์ในห้องเสีย คีย์การ์ดใช้งานไม่ได้ หรือต้องการร้องเรียนเรื่องเสียงดัง การมีทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารที่แข็งแรงและโต้ตอบได้แบบเรียลไทม์คือสิ่งสำคัญที่สุด

ที่ Engduo Thailand เรามีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและการท่องเที่ยว (Survival English) ที่เน้นให้คุณจำลองสถานการณ์จริงร่วมกับครูผู้สอน คุณจะได้ฝึกการออกเสียงให้ฟังดูเป็นธรรมชาติ และเรียนรู้วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยภาษาอังกฤษอย่างชาญฉลาด

มั่นใจในมาตรฐานที่เหนือกว่ากับ Engduo (EEAT)

Engduo Thailand ดำเนินงานโดย บริษัท เอจี เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เรามีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพด้านภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนมากกว่า 50,000 คน ไม่ว่าเป้าหมายของคุณคือการสื่อสารเพื่อการท่องเที่ยว การทำงาน หรือการนำเสนอผลงานระดับนานาชาติ เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลคุณ

เพื่อเป็นการรักษามาตรฐานการสอนและคุณภาพของครูผู้สอนในทุกๆ คลาส ทาง Engduo จึงไม่มีนโยบายการให้ทดลองเรียนฟรีครับ ทรัพยากรทั้งหมดของเรามุ่งเน้นไปที่การดูแลนักเรียนที่ตัดสินใจเริ่มต้นความสำเร็จกับเราอย่างเต็มที่ 100% แต่ไม่ต้องกังวลครับ ทีม Personal Consultant ของเราพร้อมให้คำปรึกษาและประเมินระดับภาษาของคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้คุณได้คอร์สที่คุ้มค่าและตรงจุดที่สุด

อย่าปล่อยให้กำแพงภาษาทำให้ทริปในฝันของคุณหมดสนุก มาติดปีกความมั่นใจในการสื่อสารภาษาอังกฤษกับ Engduo วันนี้ ทักหาทีมงานของเราเพื่อสอบถามรายละเอียดแพ็กเกจได้เลยครับ!

ชื่อสถาบัน: Engduo Thailand (บริษัท เอจี เอ็ดดูเคชั่น จำกัด)

ที่อยู่: 72/47 หมู่ที่ 4 ตำบลศาลากลาง อำเภอบางกรวย จ.นนทบุรี 11130

เบอร์โทรศัพท์: 099-217-0880, 098-826-8961

เว็บไซต์: https://engduothailand.com/

Line Official: @engduo

Facebook: Engduo Thailand เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ตัวต่อตัว

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. คำว่า Deposit เวลาจองโรงแรมหมายถึงอะไร?

    Deposit หมายถึง “เงินมัดจำ” ครับ โรงแรมส่วนใหญ่มักจะขอกันวงเงินจากบัตรเครดิตหรือขอเก็บเงินสดจำนวนหนึ่งไว้ตอนคุณเช็คอิน เพื่อเป็นประกันความเสียหาย หากไม่มีอะไรพังในห้อง คุณก็จะได้เงินจำนวนนี้คืนเต็มจำนวนตอนเช็คเอาท์ครับ

  2. Amenities ในโรงแรมคืออะไร?

    Amenities หมายถึง “สิ่งอำนวยความสะดวก” ครับ ซึ่งมักจะหมายรวมถึงของใช้ในห้องน้ำ (แชมพู สบู่ แปรงสีฟัน) และสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส หรืออินเทอร์เน็ต Wi-Fi

  3. จองที่พักแบบ All-inclusive หมายความว่าอย่างไร?

    All-inclusive หมายถึงราคาที่จ่ายไปนั้น “รวมทุกอย่างไว้แล้ว” ครับ ทั้งค่าห้องพัก อาหารครบทุกมื้อ (เช้า กลางวัน เย็น) และเครื่องดื่มต่างๆ ภายในรีสอร์ต คุณแทบจะไม่ต้องพกกระเป๋าตังค์ออกจากห้องเลย (มักพบตามรีสอร์ตริมทะเลหรูๆ ครับ)

  4. Room rate กับ Rack rate ต่างกันไหม?

    Room rate คือราคาห้องพักที่คุณจ่ายจริง (อาจเป็นราคาโปรโมชั่น) ส่วน Rack rate คือ “ราคาเต็มที่ยังไม่หักส่วนลด” ซึ่งมักจะแพงที่สุดและมักจะติดป้ายประกาศไว้หลังประตูห้องพักครับ

  5. ถ้าจองผ่านเว็บไซต์แต่จะไปจ่ายหน้าเคาน์เตอร์ ต้องดูคำว่าอะไร?

    ให้มองหาคำว่า Pay at the property หรือ Pay upon arrival ครับ แปลว่าคุณสามารถไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์โรงแรมในวันที่เดินทางไปถึงได้เลย โดยไม่ต้องตัดบัตรเครดิตล่วงหน้า

References