บอกวันที่ภาษาอังกฤษ เขียนและอ่านยังไงให้เป๊ะ? สรุปความต่าง US vs UK

บอกวันที่ภาษาอังกฤษ

“วันเกิดคุณวันที่เท่าไหร่?” ถ้าต้องตอบคำถามนี้เป็นภาษาอังกฤษ คุณจะตอบว่าอย่างไรครับ? หลายคนอาจจะนึกถึงตัวเลข 1, 2, 3 ธรรมดา แต่ความจริงแล้วการ บอกวันที่ภาษาอังกฤษ มีกฎเกณฑ์ที่ต่างจากการนับเลขปกติอย่างสิ้นเชิงครับ เพราะเราต้องใช้ “เลขลำดับที่” (Ordinal Numbers) เช่น 1st, 2nd, 3rd เข้ามาช่วย

แถมความปวดหัวยังไม่จบแค่นั้น! เพราะฝั่งอเมริกันกับฝั่งอังกฤษ เขาก็มีสไตล์การเรียง วัน-เดือน-ปี ที่ไม่เหมือนกันอีกต่างหาก (เขียนผิดชีวิตเปลี่ยน นัดผิดวันได้เลยนะครับ) วันนี้ Engduo Thailand เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ จะพาคุณมาเคลียร์ทุกความสับสน สรุปวิธีอ่านและเขียนวันที่ให้ถูกต้องเป๊ะๆ เพื่อให้คุณนำไปใช้เขียนอีเมล กรอกเอกสาร หรือนัดหมายได้อย่างเป็นมืออาชีพครับ!

หัวใจสำคัญ: ต้องใช้ “เลขลำดับที่” (Ordinal Numbers) เสมอ

ข้อผิดพลาดอันดับ 1 ของคนไทยคือการใช้เลขจำนวนนับ (Cardinal Numbers เช่น One, Two, Three) มาบอกวันที่ครับ จำกฎเหล็กข้อนี้ไว้เลยว่า วันที่ = ลำดับที่ของเดือนนั้นๆ ดังนั้นเราต้องห้อยท้ายตัวเลขด้วย st, nd, rd, th เสมอครับ

กลุ่มตัวเลขที่ต้องจำพิเศษ (แก๊ง 1, 2, 3):

  • วันที่ 1 => 1st (First)

  • วันที่ 2 => 2nd (Second)

  • วันที่ 3 => 3rd (Third)

  • หมายเหตุ: กฎนี้ใช้กับวันที่ 21st, 22nd, 23rd และ 31st ด้วยนะครับ

กลุ่มตัวเลขที่เหลือ (เติม th):

  • วันที่ 4 => 4th (Fourth)

  • วันที่ 5 => 5th (Fifth) สังเกตการเปลี่ยนตัวสะกด

  • วันที่ 11, 12, 13 => 11th (Eleventh), 12th (Twelfth), 13th (Thirteenth) ระวัง! แก๊งนี้ลงท้ายด้วย th ทั้งหมด ไม่ใช่ st, nd, rd นะครับ

2 สไตล์การ บอกวันที่ภาษาอังกฤษ (American vs British)

นี่คือจุดที่ทำให้ทั่วโลกสับสนมากที่สุดครับ! เวลาเราเห็นตัวเลข 05/10/2026 สรุปว่ามันคือวันที่ 5 ตุลาคม หรือ วันที่ 10 พฤษภาคม กันแน่? คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้ระบบไหน” ครับ

1. สไตล์อเมริกัน (American English)

  • การเรียงลำดับ: เดือน – วัน – ปี (Month – Day – Year)

  • วิธีจำง่ายๆ: อเมริกันชอบเอา “เดือน” ขึ้นก่อนเสมอ!

2. สไตล์บริติช (British English)

  • การเรียงลำดับ: วัน – เดือน – ปี (Day – Month – Year)

  • วิธีจำง่ายๆ: เรียงจาก เล็ก => กลาง => ใหญ่ (เหมือนระบบที่ประเทศไทยใช้เป๊ะเลยครับ)

ตาราง: เปรียบเทียบการเขียนและการอ่าน (Writing vs Reading Matrix)

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด เรามาดูตารางเปรียบเทียบวิธีการเขียน (เวลาพิมพ์อีเมล) และวิธีการอ่านออกเสียง (เวลาพูด) กันครับ

สไตล์ (Style) รูปแบบการจัดเรียง (Format) ตัวอย่างการเขียน (Written Example) วิธีการอ่านออกเสียง (Spoken Form)
อเมริกัน (US) เดือน-วัน-ปี (MM/DD/YYYY) October 5, 2026 (นิยมใส่ลูกน้ำคั่น) “October fifth, twenty twenty-six”
บริติช (UK) วัน-เดือน-ปี (DD/MM/YYYY) 5 October 2026 (ไม่ค่อยใส่ลูกน้ำ) The fifth of October, twenty twenty-six”

Trick การอ่าน: สังเกตไหมครับว่า แบบบริติชเวลาอ่านออกเสียง ฝรั่งจะเติมคำว่า The และ of เข้าไปด้วยเสมอ (The 5th of October) แม้ว่าเวลาเขียนจะไม่ได้ใส่ลงไปก็ตามครับ!

วิธีอ่าน ปี ค.ศ. (Reading the Year) แบบไม่งง

การอ่านปี ค.ศ. ก็มีทริคเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เราดูเหมือนเจ้าของภาษามากขึ้นครับ

  1. ปีก่อนปี 2000 (ให้แบ่งอ่านทีละ 2 หลัก):

    • 1999 => Nineteen ninety-nine

    • 1850 => Eighteen fifty

  2. ปี 2000 ถึง 2009 (ให้อ่านรวบยอด):

    • 2000 => Two thousand

    • 2005 => Two thousand and five (หรือ Two thousand five)

  3. ปี 2010 เป็นต้นไป (อ่านแบบแบ่งครึ่ง หรือ อ่านรวบก็ได้):

    • 2026 => Twenty twenty-six (นิยมที่สุด เพราะพูดสั้นกว่า)

    • หรือจะอ่านว่า Two thousand and twenty-six ก็ไม่ผิดครับ

อย่าลืม! Preposition ที่ใช้กับ วัน เดือน ปี

ข้อสอบชอบออก และคนก็ชอบใช้ผิดเวลาเขียนอีเมลครับ ท่องคาถานี้ไว้เลย: “วันใช้ On, เดือน/ปีใช้ In”

  • On ใช้กับ “วันที่เจาะจง” หรือ “วันในสัปดาห์”

    • Ex: The meeting is on Monday.

    • Ex: My birthday is on October 5th. (ถึงจะมีเดือน แต่ถ้ามีวันที่กำกับ ต้องใช้ On)

  • In ใช้กับ “เดือนเดี่ยวๆ” หรือ “ปีเดี่ยวๆ”

    • Ex: I was born in October.

    • Ex: We will launch the product in 2026.

อัปสกิลภาษาอังกฤษให้เป๊ะทุกสถานการณ์กับ Engduo

การเข้าใจทฤษฎี บอกวันที่ภาษาอังกฤษ เป็นเรื่องสำคัญ แต่การสื่อสารออกมาได้อย่างฉะฉานโดยไม่ต้องหยุดคิดแปลก็นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย ที่ Engduo Thailand เราเน้นให้ผู้เรียนได้นำความรู้ไปใช้ในสถานการณ์จริง

  • Business Simulation: ฝึกจำลองการนัดหมายประชุม (Scheduling a meeting) ทางโทรศัพท์ เพื่อให้คุณกะจังหวะการอ่านวันที่และเวลาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  • Email Writing Clinic: ตรวจแก้การเขียนอีเมลทางการ โดยเน้นเรื่อง Format วันที่ เพื่อให้งานของคุณดูมีความเป็นมืออาชีพ (Professionalism)

  • Interactive Feedback: คุณครูของเราพร้อมจับจุดผิดและอธิบายข้อแตกต่างระหว่าง US/UK ให้คุณเข้าใจง่ายๆ ไม่ต้องท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง

มั่นใจในมาตรฐาน Engduo (EEAT)

Engduo Thailand โดย บริษัท เอจี เอ็ดดูเคชั่น จำกัด มุ่งเน้นการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและการทำงาน เรามีทีมผู้สอนที่เข้าใจความท้าทายของนักเรียนไทย พร้อมออกแบบบทเรียนที่ช่วยลดความสับสนเรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรมทางภาษา เพื่อให้คุณก้าวสู่ระดับสากลได้อย่างมั่นใจ

หมดปัญหานัดผิดวัน สื่อสารโปรทุกอีเมล

อย่าปล่อยให้ความสับสนเล็กๆ น้อยๆ มาทำให้ความน่าเชื่อถือในการทำงานของคุณลดลง มาปรับพื้นฐานให้แน่นและพูดภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจกับ Engduo วันนี้ ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ได้เลย

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1. จะเขียนวันที่ในอีเมลงาน ควรใช้แบบ US หรือ UK ดี?

ขึ้นอยู่กับว่า “บริษัทหรือลูกค้าของคุณ” อยู่โซนไหนครับ ถ้าติดต่อฝั่งยุโรปหรือออสเตรเลีย ให้ใช้แบบ UK (วัน-เดือน-ปี) แต่ถ้าติดต่อฝั่งอเมริกา ให้ใช้แบบ US (เดือน-วัน-ปี) หากไม่แน่ใจ แนะนำให้เขียน “ชื่อเดือนเป็นตัวอักษร” ไปเลยครับ เช่น 05 Oct 2026 จะได้ไม่สับสนแน่นอน

2. 21st อ่านว่า Twenty-first แล้ว 20th อ่านว่าอะไร?

20th อ่านว่า Twentieth (ทเวน-ที-เอธ) ครับ โดยเปลี่ยน y เป็น ie แล้วเติม th

3. ยุค 90s ภาษาอังกฤษอ่านว่าอะไร?

อ่านว่า The nineties (เดอะ ไนน์-ทีส) ครับ ซึ่งหมายถึงช่วงปี ค.ศ. 1990 – 1999

4. 05/05/26 แบบนี้ถือว่าเขียนผิดไหม?

ไม่ผิดครับ เป็นการเขียนแบบย่อ (Short form) แต่อาจดูไม่เป็นทางการนัก หากเป็นการเขียนเอกสารสำคัญหรืออีเมลทางการ แนะนำให้เขียนปี ค.ศ. แบบเต็ม 4 หลัก (2026) จะดูเป็นมืออาชีพกว่าครับ

5. ปี 2000 ถ้วนๆ ฝรั่งอ่านว่าอะไร?

อ่านว่า Two thousand (ทู เทา-ซันด์) ไปเลยครับ สั้นๆ ง่ายๆ

References