กริยา 3 ช่อง คืออะไร? เทคนิคจำแม่น ไม่ต้องท่องทั้งวันก็จำได้

กริยา 3 ช่อง

ถ้าพูดถึง “ยาขม” หม้อใหญ่สำหรับคนไทยที่เรียนภาษาอังกฤษ ผมเชื่อว่า “กริยา 3 ช่อง” ต้องติดอันดับต้นๆ แน่นอนครับ เพราะในภาษาไทยเรา คำว่า “กิน” ไม่ว่าจะกินเมื่อวาน กินพรุ่งนี้ หรือกินมานานแล้ว ก็ยังใช้คำว่า “กิน” เหมือนเดิม แต่ในภาษาอังกฤษดันมี Eat, Ate, Eaten โผล่มาให้ปวดหัว!

หลายคนพยายามใช้วิธีท่องจำแบบเรียงตัวอักษร A-Z ซึ่งบอกเลยครับว่าเป็นวิธีที่เหนื่อยและลืมง่ายมาก วันนี้ Engduo Thailand เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ จะพาคุณมาทำความรู้จักกับ กริยา 3 ช่อง ในมุมมองใหม่ พร้อมเทคนิคการจำแบบ “จัดหมวดหมู่” (Grouping) ที่จะช่วยให้คุณจำได้ไวขึ้น 3 เท่า และนำไปใช้ผัน Tense ได้อย่างถูกต้องแบบไม่ต้องนึกนานครับ

กริยา 3 ช่อง คืออะไร? สำคัญแค่ไหน?

กริยา 3 ช่อง คือ รูปแบบการเปลี่ยนรูปของคำกริยา (Verb Conjugation) เพื่อบอก “เวลา” (Tense) ของเหตุการณ์นั้นๆ ครับ

  • ช่องที่ 1 (Base Form): ใช้กับเหตุการณ์ปัจจุบัน (Present Simple) หรืออนาคต (Future Simple)
    • Ex: I go to school.
  • ช่องที่ 2 (Past Simple): ใช้กับเหตุการณ์ในอดีตที่จบลงแล้ว
    • Ex: I went to school yesterday.
  • ช่องที่ 3 (Past Participle): ใช้กับเหตุการณ์ที่สมบูรณ์แล้ว (Perfect Tense) หรือถูกกระทำ (Passive Voice)
    • Ex: I have gone to school.

ทำไมต้องมีกริยาปกติ และ กริยาอปกติ?

กริยาในภาษาอังกฤษแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ครับ:

  1. Regular Verbs (กริยาปกติ): พวกนี้เป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่าย แค่เติม -ed ต่อท้ายก็เป็นช่อง 2 และ 3 ได้แล้ว
    • Play – Played – Played
    • Walk – Walked – Walked
  2. Irregular Verbs (กริยาอปกติ): หรือที่เราเรียกกันว่า กริยา 3 ช่อง นี่แหละครับ พวกนี้เป็นเด็กดื้อ ไม่ยอมเติม -ed แต่จะ เปลี่ยนรูปไปเลย หรือ คงรูปเดิม ซึ่งเราต้องจำให้ได้ครับ

เทคนิคจำ กริยา 3 ช่อง แบบแบ่งกลุ่ม (The Grouping Method)

เลิกท่อง A-Z แล้วลองแบ่งกลุ่มตาม “เสียง” และ “รูปแบบ” ดูครับ สมองจะจำได้ดีกว่ามาก

กลุ่มที่ 1: กลุ่ม AAA (หน้าตาเหมือนกันหมด)

กลุ่มนี้ง่ายที่สุดครับ ไม่ว่าจะช่องไหนก็เขียนและอ่านเหมือนเดิม

  • Cut – Cut – Cut (ตัด)
  • Put – Put – Put (วาง/ใส่)
  • Hit – Hit – Hit (ตี)
  • Cost – Cost – Cost (มีราคา)

กลุ่มที่ 2: กลุ่ม ABB (ช่อง 2 และ 3 เหมือนกัน)

จำแค่ช่อง 1 กับ 2 ก็พอ เพราะช่อง 3 เหมือนช่อง 2 เป๊ะ

  • Buy – Bought – Bought (ซื้อ)
  • Feel – Felt – Felt (รู้สึก)
  • Keep – Kept – Kept (เก็บรักษา)
  • Say – Said – Said (พูด)

กลุ่มที่ 3: กลุ่ม ABC (เปลี่ยนรูปทุกช่อง)

กลุ่มนี้ต้องออกแรงจำนิดนึง แต่มีหลายคำที่เสียงคล้องจองกัน

  • Go – Went – Gone (ไป)
  • Do – Did – Done (ทำ)
  • Eat – Ate – Eaten (กิน)
  • See – Saw – Seen (เห็น)

ตาราง: กริยา 3 ช่อง ที่ใช้บ่อยที่สุด (Top Essential Verbs)

EngDuo คัดมาให้แล้วกับคำศัพท์ที่คุณต้องเจอแน่นอนในชีวิตประจำวัน โดยเรียงตามกลุ่มรูปแบบเพื่อให้จำง่ายครับ

กลุ่มรูปแบบ (Pattern) ช่องที่ 1 (Base Form) ช่องที่ 2 (Past Simple) ช่องที่ 3 (Past Participle) ความหมาย (Meaning)
AAA (คงรูป) Let Let Let อนุญาต/ปล่อย
  Set Set Set ตั้งค่า/วาง
  Hurt Hurt Hurt ทำให้เจ็บ
  Read Read (อ่านว่า เรด) Read (อ่านว่า เรด) อ่าน (เขียนเหมือนเดิมแต่อ่านเปลี่ยนเสียง)
ABB (2=3) Bring Brought Brought นำมา
  Catch Caught Caught จับ
  Teach Taught Taught สอน
  Think Thought Thought คิด
  Find Found Found พบ/เจอ
  Leave Left Left ออกจาก/ทิ้งไว้
ABC (เปลี่ยนหมด) Begin Began Begun เริ่มต้น
  Drink Drank Drunk ดื่ม
  Sing Sang Sung ร้องเพลง
  Swim Swam Swum ว่ายน้ำ
  Speak Spoke Spoken พูด
  Write Wrote Written เขียน
ABA (1=3) Come Came Come มา
  Run Ran Run วิ่ง
  Become Became Become กลายเป็น

วิธีฝึกให้จำได้ โดยไม่ต้องนั่งท่อง

  1. แต่งประโยคทันที: อย่าท่องแค่ Go-Went-Gone แต่ให้แต่งประโยคในหัว เช่น “I go everyday. I went yesterday. I have gone already.”
  2. ฟังเพลง/ดูหนัง: คุณจะได้ยินฝรั่งใช้คำพวกนี้บ่อยมากจนซึมซับไปเอง
  3. แปะ Post-it: เขียนกลุ่มคำศัพท์ที่มักลืมแปะไว้หน้ากระจกหรือโต๊ะทำงาน เห็นบ่อยๆ เดี๋ยวก็จำได้ครับ

เรียนรู้การใช้งานจริงกับ EngDuo

การจำ กริยา 3 ช่อง ได้แม่นยำจะช่วยให้คุณพูดและเขียนภาษาอังกฤษได้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ (Grammar) แต่การนำไปใช้สื่อสารให้เป็นธรรมชาติสำคัญกว่า

ที่ EngDuo Thailand เรามีคอร์สที่เน้นการสนทนาและการใช้งานจริง

  • Practice Makes Perfect: เรามีแบบฝึกหัดและกิจกรรม Role-play ให้คุณได้ลองผันกริยาในสถานการณ์ต่างๆ
  • Immediate Feedback: เมื่อคุณใช้ผิดช่อง (เช่น I goed to school) ครูจะช่วยแก้ให้ทันที ทำให้คุณจำสิ่งที่ถูกต้องได้แม่นยำกว่าการท่องเอง
  • Fun Learning: เรียนรู้ผ่านเกมและบริบทที่สนุกสนาน ไม่น่าเบื่อ

มั่นใจในมาตรฐาน EngDuo (EEAT)

EngDuo Thailand บริหารงานโดย บริษัท เอจี เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เราคือสถาบันสอนภาษาที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ด้วยประสบการณ์และหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ เราพร้อมที่จะช่วยให้คุณก้าวข้ามกำแพงภาษา และใช้กริยา 3 ช่องได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนเจ้าของภาษา

เริ่มต้นวันนี้ เก่งไปตลอดชีวิต

กริยา 3 ช่องคือพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการเรียนภาษาอังกฤษ มาปูพื้นฐานภาษาอังกฤษให้แน่นปึ้กกับ EngDuo ติดต่อเราเพื่อปรึกษาคอร์สเรียนได้เลย

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1. มีกริยา 3 ช่องทั้งหมดกี่คำในภาษาอังกฤษ?

มีประมาณ 200 กว่าคำที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันครับ แต่คำที่ใช้บ่อยจริงๆ (Commonly used) มีแค่ประมาณ 100 คำเท่านั้นครับ ไม่ต้องกังวลว่าจะจำไม่หมด

2. กริยาช่อง 2 กับช่อง 3 ต่างกันยังไง?

  • ช่อง 2 (Past Simple): บอกอดีตที่มีเวลาเจาะจง (ทำแล้ว จบแล้ว)
  • ช่อง 3 (Past Participle): ใช้ใน Perfect Tense (have/has + V.3) บอกสิ่งที่ทำเสร็จแล้ว หรือประสบการณ์ และใช้ใน Passive Voice (be + V.3) บอกว่าถูกกระทำ

3. คำว่า Read อ่านยังไงแน่?

เขียนเหมือนกันทุกช่องครับ R-E-A-D

  • ช่อง 1 อ่าน “รีด” (เสียงยาว)
  • ช่อง 2 และ 3 อ่าน “เรด” (เสียงสั้น เหมือนสีแดง Red)

4. ถ้าจำไม่ได้จริงๆ เติม -ed ไปเลยได้ไหม ฝรั่งเข้าใจไหม?

ถ้าพูดคุยทั่วไป ฝรั่งพอเดาได้และเข้าใจครับ (เช่นพูดว่า I buyed it) แต่จะฟังดูไม่เป็นธรรมชาติและรู้ทันทีว่าภาษาไม่แข็งแรง แต่ถ้าใช้ในการสอบ หรือเขียนอีเมลทำงาน ถือว่าผิดและไม่ควรทำครับ

5. Hang มี 2 แบบ ใช่ไหม?

ใช่ครับ ระวังให้ดี!

  • Hang – Hung – Hung: แขวน (สิ่งของ) เช่น แขวนเสื้อ
  • Hang – Hanged – Hanged: แขวนคอ (ประหารชีวิต)

References