Say / Tell / Speak / Talk ใช้อย่างไรไม่ให้สับสน

Say / Tell / Speak / Talk ใช้อย่างไรไม่ให้สับสน

การใช้คำในภาษาอังกฤษ  Say / Tell / Speak / Talk ทำให้หลายคนมีความสับสนบ้าง ด้วยมีความหมายใกล้เคียงกัน คือ “พูด” “คุย” และ “บอก” ซึ่งคำเหล่านี้มีการใช้งานที่แตกต่างกัน เราจะมาดูความคล้ายที่แตกต่างกันระหว่าง “say” “tell” “speak” และ “talk” การใช้ที่ถูกต้อง, และตัวอย่างประโยคเพื่อทำให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้กันได้อย่างถูกต้อง

 

Say / Tell / Speak / Talk ความคล้ายที่แตกต่าง

อย่างที่ได้เกริ่นไปว่าคำกลุ่มนี้มีความหมายเหมือนและคล้ายกัน เป็นกลุ่มคำที่มักถูกใช้ในการสื่อสารในภาษาอังกฤษ โดยมีความคล้ายที่แตกต่างกัน ดังนี้

Say: “พูด”

ใช้เมื่อต้องการสื่อความคิดหรือความรู้ ใช้นำเสนอคำพูด ใช้กับประโยคทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องระบุผู้รับข้อมูล

ตัวอย่างประโยค

  • She said that she would come to your party.
  • Don’t step forward until I say “Go”.

 

Tell: “บอก”

ใช้เมื่อต้องการแจ้งข้อมูล สั่ง บอกเล่าเรื่องให้คนอื่นหรือตัวเอง มีการระบุผู้ที่ได้ยินหรือผู้ที่ได้รับข้อมูลนั้น ๆ

ตัวอย่างประโยค

  • She told me a fantastic story about her vacation.
  • Didn’t I tell you to wash the dishes?

 

Speak: “พูดหรือคุย”

มักใช้เมื่อกำลังพูดในกรณีที่มีความเป็นทางการ ใช้ในการสื่อสารทางเดียว หรือใช้เมื่อแสดงความรู้ความสามารถทางด้านการใช้ภาษาต่างๆ

  • I can speak German language fluently.
  • The President speaks in front of the people about what he will do for the country.

 

Talk: “คุย”

ใช้เมื่อมีการสนทนาหรือการพูดคุยระหว่างสองคนหรือมากกว่า มีการระบุผู้รับข้อมูลหรือผู้ที่คุยด้วย เนื้อหาที่คุยจะไม่จริงจังหรือเป็นทางการแบบ speak

  • Let’s talk about the upcoming project.
  • We are sitting and talking in the living room.
รายละเอียดคอร์สเรียน

การใช้ Say / Tell / Speak / Talk ให้ถูกต้อง

เมื่อเราพอรู้ความคล้ายที่แตกต่างในการใช้ “say” “tell” “speak” และ “talk” แล้ว ในการใช้ให้ถูกต้องก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป มีหลักง่าย ๆ ในการใช้งานให้ถูกต้องตามนี้เลย

Say: 

  1. ใช้เมื่อต้องการเน้นที่คำพูดหรือข้อความที่ถูกกล่าว

He said, “I’ll be there at 3 PM.

  1. ไม่ต้องระบุผู้ที่ได้ยิน

She said, “Don’t worry, everything will be fine.

Tell: 

  1. ใช้เมื่อต้องการบอกเรื่องราว/ข้อมูลและต้องระบุผู้รับข้อมูลหรือผู้ที่ได้ยิน

Before bedtime, I tell my children a bedtime story.

  1. ใช้ tell someone that +เรื่องที่ต้องการบอกกล่าว

This morning, she told me that she wants to learn how to play the piano.

  1. ใช้ tell someone to do something

Tell him to be ready by 8 AM.

  1. ใช้ tell someone about something

In the classroom, I tell my students about the importance of teamwork.

Speak: 

  1. ใช้เมื่อเป็นการพูดอย่างเป็นทางการ

During the interview, I speak confidently about my qualifications.

  1. ใช้กับการพูดเพียงฝ่ายเดียวได้ด้วย

The Prime Minister speaks in the parliament.

  1. ใช้บุพบท to หรือ with กับคู่สนทนา และบุพบท about กับเรื่องที่พูดถึง

I’ll speak to him about my plan. / She spoke with residents about community improvement projects.

  1. ใช้กับความสามารถทางด้านการใช้ การพูดภาษาต่างๆ

I speak fluent English and French.

Talk: 

  1. ใช้เมื่อมีการสนทนาหรือการพูดคุยระหว่างบุคคลในการพูดคุยเรื่องทั่ว ๆ ไปที่ไม่เป็นทางการ

She talks with him about their future plans.

  1. มักระบุผู้ที่ได้สนทนาด้วย

She told me to meet her at the café.

  1. ใช้บุพบท to หรือ with กับคู่สนทนา และบุพบท about กับเรื่องที่พูดถึง

I need to talk with my manager about the next project.

 

ตัวอย่างประโยคในการใช้ Say / Tell / Speak / Talk

  1. She said she would call me later.
  2. Tell him to arrive here before dinner time.
  3. He can speak English, French, and German.
  4. Let’s talk about our wedding plan.
  5. The teacher said that the exam would be postponed.
  6. Tell Andreas that the event has been rescheduled.
  7. A conversationist speaks seriously about environment issues.
  8. During the conference, he talked about the new project.
  9. Please say hello to your parents for me.
  10. She told us about her childhood.
  11. During team meetings, she speaks with enthusiasm about upcoming projects.
  12. Every evening, she talks with him about their day.

พอเข้าใจหลักการใช้ Say / Tell / Speak / Talk กันแล้ว สิ่งสำคัญก็คือการฝึกฝน ฝึกเลือกใช้ ฝึกพูดบ่อย ๆ ก็จะใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและไม่สับสนอีกต่อไป ยังมีเรื่องน่ารู้อีกมาก มารอติดตามสาระดี ๆ เรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร กับ Engduo Thailand ในบทความหน้ากัน

แต่ถ้าหากกำลังมองหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Engduo Thailand ได้เลย เพราะที่นีมีการเรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัว แถมยังมีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษให้เลือกเรียนอย่างมากมาย ทั้งเพื่อการสื่อสาร, สำหรับเด็ก, สำหรับสัมภาษณ์งาน รวมไปถึงการเตรียมตัวสอบ IELTS ก็มีเช่นกัน

Engduo Thailand

คอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ตัวต่อตัว พูดได้ชัวร์ ใช้ได้จริง

Engduo Thailand

ค้นหาคอร์สเรียนที่เหมาะกับคุณ ติดต่อเราเลย

FB: Engduo Thailand

Messenger

Line: @engduo

Tel: 0988268961

บทความของเรา

ติว TOEFL
ติว TOEFL อัปเดต 2026 เทคนิคอัปคะแนนทุกพาร์ท พิชิตเป้าหมายมหาวิทยาลัยในฝัน

การก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรป หลายแห่งมักกำหนดให้ผู้สมัครต้องยื่นผลคะแนนวัดระดับภาษาอังกฤษเชิงวิชาการเพื่อประเมินความพร้อม การมองหาที่ ติว TOEFL อย่างจริงจังจึงเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้สำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการทำคะแนนให้ถึงเกณฑ์และโดดเด่นกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกเทคนิคการทำข้อสอบ อัปเดตข้อมูลล่าสุดปี 2026 และแนะนำวิธีการเตรียมตัวที่จะช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายได้อย่างมั่นใจ ทำไมการ ติว

เกมฝึกภาษาอังกฤษ เปลี่ยนความสนุกในหน้าจอให้เป็นสกิลภาษาระดับมือโปร
เกมฝึกภาษาอังกฤษ เปลี่ยนความสนุกในหน้าจอให้เป็นสกิลภาษาระดับมือโปร

สารภาพมาซะดีๆ ครับว่าคุณเคยตั้งป้าหมายว่าจะเก่งภาษาอังกฤษให้ได้ แต่พอเปิดหนังสือแกรมม่าหนาเตอะหรือสมุดคำศัพท์ขึ้นมาท่องได้ไม่ถึง 10 นาที สมองก็เริ่มต่อต้าน สายตาเริ่มเบลอ จนต้องปิดหนังสือหนีไปเปิดคอมพิวเตอร์หรือหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเกมแทน? ปัญหานี้ไม่ได้แปลว่าคุณเป็นคนขี้เกียจหรือไม่มีความพยายามหรอกครับ แต่อาจเป็นเพราะสมองของคุณกำลังเบื่อหน่ายกับวิธีการเรียนรู้แบบเดิมๆ ที่เน้นการท่องจำเพียงอย่างเดียว ถ้าการนั่งเรียนแบบเดิมมันฝืนใจ ทำไมเราไม่เปลี่ยน “เกม” ที่เราชอบเล่นให้กลายเป็นห้องเรียนส่วนตัวล่ะครับ?

ดูบทความทั้งหมด